posttoday
แก้ พรบ.สงฆ์ ให้การปกครองสงฆ์เป็นพระราชอำนาจ

แก้ พรบ.สงฆ์ ให้การปกครองสงฆ์เป็นพระราชอำนาจ

01 กรกฎาคม 2561

คณะสงฆ์และชาวพุทธเตรียมใจรับ พ.ร.บ.สงฆ์ใหม่ ที่ ครม.รับหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.เพราะชาวพุทธทั้งพระและฆราวาส

โดย...สมาน สุดโต

คณะสงฆ์และชาวพุทธเตรียมใจรับ พ.ร.บ.สงฆ์ใหม่ ที่ ครม.รับหลักการไปแล้วเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.เพราะชาวพุทธทั้งพระและฆราวาส พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ดังที่พระพุทธพจน์ว่า อนุชานามิ ภิกฺขเว ราชูนํ อนุวตฺติตุํ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คล้อยตามพระราชา ทั้งนี้เนื้อหาที่แก้คือการถวายคืนพระราชอำนาจการปกครองสงฆ์แก่พระมหากษัตริย์ 

คณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เวลา 7 วัน เปิดรับฟังความคิดเห็นในเรื่องถวายคืนพระราชอำนาจ ในการแต่งตั้งและถอดถอน กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)-เจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาค โดยมีนายกรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ ต่อมา สุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามีผู้เสนอความคิดเห็น 200 ราย ในขณะที่กรรมการกฤษฎีกาก็จะไปปรับแก้ถ้อยคำที่เป็นข้อกังวลของประชาชนในหลายประเด็น เช่น ที่ห่วงว่าจะเป็นการเพิ่มพระราชภาระแก่พระมหากษัตริย์ กฤษฎีกาว่ามิได้เพิ่มแต่เป็นโบราณราชประเพณี ส่วนการที่ให้นายกฯ ที่เป็นนักการเมืองเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติที่ต้องมีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ                      

แต่กฤษฎีกาไม่ชี้แจงข้อกังวลว่า นายกฯ จะมีวิธีการเลือกผู้เหมาะสมขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไร หรือถ้านายกฯ นับถือศาสนาอื่นจะทำอย่างไร ในประเด็นนี้จึงมีผู้เสนอให้ตั้งกรรมการสรรหา เพื่อความเหมาะสมและจำกัดอำนาจนายกฯ ที่จะเป็นศูนย์อำนาจของคณะสงฆ์ ต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตามข้อความที่คณะกรรมการกฤษฎีกาขอความเห็นประชาชน จะพบว่าคณะสงฆ์ทุกระดับ นับแต่สมเด็จพระสังฆราช เป็นต้นไป หมดหน้าที่และอำนาจในการปกครองตนเอง ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เมื่อ พ.ศ. 2454 เพื่อให้พระสงฆ์ปกครองกันเอง จากนั้นมีวิวัฒนาการโดยลำดับ เช่น เมื่อสยามเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย ในรัชกาลที่ 7 มีการเคลื่อนไหวให้เปลี่ยน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ รศ. 121 ที่ผูกขาดอำนาจ จนถึงรัชกาลที่ 8 จึงประกาศใช้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2484 ที่กระจายอำนาจเหมือนการปกครองทางโลก ที่มี สังฆสภา สังฆนายก สังฆมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประมุขสงฆ์

แต่ พ.ร.บ.ที่กระจายอำนาจมาสิ้นสุดในยุคเผด็จการทหาร ที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกฯ เมื่อนำ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ รศ. 121 มาปัดฝุ่น แปลงร่างมาเป็น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 การที่เป็นเช่นนี้เพราะปัญหาความอิจฉาริษยาในวงการสงฆ์ จนเกิดความขัดแย้งใหญ่โต เมื่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่ คือ พระพิมลธรรม (อาจ) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุ สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง พระศาสนโศภณ (ปลอด) เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส และเจ้าคณะภาค 7-8-9 (ธรรมยุต) ถูกกล่าวหาว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา (สังฆนายก) จึงถูกให้ออกจากเจ้าอาวาส และถูกถอดสมณศักดิ์ และถูกจองจำที่สันติบาลในที่สุด

คณะสงฆ์ปกครองกันเอง ตามอำนาจที่มีใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 แม้ว่าจะเป็นการปกครองแบบรวมศูนย์ที่ มส. แต่ก็มีปัญหาตามธรรมชาติ เมื่อกรรมการโดยตำแหน่ง ชราภาพก็มี อาพาธก็มาก หรือกรรมการที่แต่งตั้งทำงานได้ไม่เต็มที่ (เพราะมาจากระบบอุปถัมภ์) จนกระทั่งเกิดปัญหาเรื่องวัดพระธรรมกาย ปัญหารถยนต์หรูแต่โบราณของวัดปากน้ำ ซึ่งแก้กันไม่ได้จนเกิดทางตัน จนกระทั่งวันที่ 6 ม.ค. 2560 ได้แก้ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 บางมาตรา เพื่อถวายคืนพระราชอำนาจแก่พระมหากษัตริย์ ในการตั้งสมเด็จพระสังฆราช จึงแก้ทางตันได้ ต่อมาก็เกิดปัญหาเงินทอน พระเถระที่เป็นกรรมการ มส. 3 รูป ถูกกล่าวว่าหาทุจริต ฟอกเงิน (หลวง) ถูกจับ ถูกสึก ถูกขังในเรือนจำ และรูปหนึ่งหนีไปขอลี้ภัยถึงเยอรมนี

การแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 ใน พ.ศ. 2561 เพื่อถวายคืนพระราชอำนาจ โดยมีนายกฯ รับสนองพระบรมราชโองการ ส่งผลให้การปกครองคณะสงฆ์อยู่ในพระราชอำนาจ ดังที่เป็นมาแล้วในอดีต

จิรํ ติฏฺฐตุ พุทฺธสาสนํ. ขอพระพุทธศาสนาจงจีรัง ยั่งยืนตลอดกาลนาน เทอญ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท