
จีนแก้ปัญหาจราจร
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไซนา เดลี ของจีนระบุว่า ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยที่จะระบุว่า บ่อยครั้งที่การขี่รถจักรยานในพื้นที่ย่านธุรกิจในกรุงปักกิ่ง โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จะรวดเร็วกว่าการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ทั้งนี้เพราะถนนในเมืองไม่ต่างจากลานจอดรถขนาดใหญ่
ฝ่ายบริหารของรัฐบาลในกรุงปักกิ่งประกาศว่า กำลังเร่งเคาะนโยบายที่จะส่งเสริมให้ชาวจีนในกรุงปักกิ่งลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง และเร่งส่งเสริมมาตรการที่จะลดปัญหาการจราจรที่ติดขัด
ทั้งนี้ ในปัจจุบันบนท้องถนนของกรุงปักกิ่งมีรถยนต์มากกว่า 4.5 ล้านคัน วิ่งอยู่ ทั้งๆ ที่มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมจำนวนพาหนะที่เพิ่มขึ้นมากในเขตเมือง แต่ก็ยังคงมีพาหนะกว่า 5.5 แสนคัน จากพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ไหลมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงทุกๆ วัน
บทบรรณาธิการดังกล่าวระบุว่า ขณะที่ประเทศกำลังมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น ชาวจีนก็หันมาซื้อรถใช้กันมากขึ้น ทว่าผู้คนยังคงขาดความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแห่ซื้อรถ
นอกจากนี้ ภาวะดังกล่าวกำลังสวนทางกับพฤติกรรมของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ของทางฝั่งยุโรปและสหรัฐ ที่กำลังหันมาใช้การบริการของระบบขนส่งมวลชน
ความพยายามที่จะแก้ปัญหาด้วยการเร่งขยายถนนและอาคารต่างๆ เป็นเรื่องที่กำลังเดินมาผิดทาง เพราะวิธีการดังกล่าวกำลังสร้างมลภาวะทางอากาศ และยิ่งเพิ่มการจราจรให้หนาแน่นยิ่งขึ้นอีก
บางทีปักกิ่งอาจจำเป็นต้องลองหันมองประเทศอื่นๆ เพื่อหาแนวทางและความคิดในการแก้ไขปัญหา ซึ่งบางประเทศอาจจะใช้นโยบายสร้างลานจอดรถขนาดใหญ่ในพื้นที่แถบชานเมือง ที่มีความปลอดภัย และเอื้อในการเดินทางต่อเข้าเมืองด้วยระบบขนส่งมวลชน อีกทั้งจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาวางโครงข่ายระบบการจราจรที่ดีเพียงพอ และเดินหน้าควบคู่ไปกับการปรับปรุงระบบคมนาคมพื้นฐานต่างๆ







