
โลกมองไทย
ความสนใจของสื่อต่างชาติยังคงมุ่งเป้ามาที่สองประเด็นใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศไทย
เรื่องแรกในประเด็นเศรษฐกิจคงหนีไม่พ้นอัตราเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นแบบรายวัน และท่าทีของทางรัฐบาลในการรับมือกับภาวะเงินแข็งค่า
คอลัมน์รายงานความคิดเห็นและการวิเคราะห์สถานการณ์ของเว็บไซต์อีโคโนมิกต์ ไทมส์ ของอินเดีย ระบุว่า หลังจากที่ทางรัฐบาลบราซิลออกมาตรการควบคุมค่าเงิน ขณะนี้ถึงคราวของรัฐบาลไทยแล้ว
ในรายงานระบุว่า ประเทศไทยกำลังมีแนวคิดที่จะออกมาตรการเก็บภาษี 15% จากกำไรและดอกเบี้ยในพันธบัตรที่ถือโดยนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา เงินทุนต่างชาติไหลเข้าทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นราว 11% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ และทำให้ค่าเงินบาทแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินในเอเชียปี 19971998
การเคลื่อนไหวของไทยในครั้งนี้ ในสายตาของต่างชาติถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของทางประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ต้องการควบคุมเงินทุนต่างชาติที่กำลังไหลเข้าประเทศ ท่ามกลางความหวาดวิตกของประเทศต่างๆ ว่ากำลังเกิดภาวะสงครามค่าเงินขึ้น
ก่อนหน้านี้ บราซิลออกมาตรการขึ้นอัตราภาษีถึง 2 เท่า สำหรับต่างชาติที่ถือครองพันธบัตร ขณะที่หลายประเทศตั้งแต่จีนไปจนถึงสวิตเซอร์แลนด์ก็เข้าแทรกแซงตลาด
ส่วนอีกหนึ่งประเด็นการเมือง คือ สถานการณ์ความเคลื่อนไหวคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในรายงานของสื่อต่างชาติวันที่ 18 ต.ค. รวมทั้งสื่อหัวใหญ่อย่างบีบีซี ระบุว่า การปรากฏตัวต่อศาลของนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 18 ต.ค. เป็นการเข้าให้ข้อมูลเพื่อปกป้องพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่าครั้งนี้ก็ถือเป็นการปกป้องชีวิตและอนาคตทางการเมืองของนายกฯ เองด้วยเช่นกัน







