posttoday
โสภณจี้ทุกหน่วยช่วยน้ำท่วม

โสภณจี้ทุกหน่วยช่วยน้ำท่วม

18 ตุลาคม 2553

โสภณลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจี้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลือชาวบ้านด่วน สั่งตั้งศูนย์รับแจ้งความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย

โสภณลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจี้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งช่วยเหลือชาวบ้านด่วน สั่งตั้งศูนย์รับแจ้งความเดือดร้อนในทุกพื้นที่ที่ประสบภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 ต.ค. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยผู้บริหารส่วนราชการกระทรวงคมนาคม ทั้งหมดได้ลงพื้นที่ เพื่อตรวจเส้นทางถนนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จ.นครราชสีมา ขณะเดียวกันได้นำเครื่องยังชีพ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง มามอบให้กับชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในหลายพื้นที่ เช่น บริเวณวัดคนชุม  ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง ซึ่งประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนไม่สามารถอยู่ในบ้านพักอาศัยได้ ต้องมาอาศัยพื้นที่วัด
           
ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง  กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก  จัดตั้งศูนย์รับแจ้งความเดือนร้อนของประชาชนในทุกพื้นที่ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเส้นทางถนนขาด ไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ส่วนกลางก็จะมีหมายเลขสายด่วน 1356 ให้ประชาชนเข้ามาแจ้งเหตุได้
            
ส่วนการซ่อมบำรุงทางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ทั้งถนนหลวงของกรมทางหลวง และถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบท  ซึ่งกระทรวงคมนาคม พร้อมจัดสรรงบประมาณกลางกว่า 1,000 ล้านบาท ซ่อมบำรุงทุกพื้นที่ที่เสียหาย  โดยจะเร่งดำเนินการในระยะเวลาอันสั้น เพื่อให้เส้นทางที่ขาด กลับมาสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว  และหลังจากน้ำลดแล้ว จะมีการซ่อมบำรุงได้กลับมาใช้งานตามปกติ

โสภณจี้ทุกหน่วยช่วยน้ำท่วม ภาพประกอบข่าว

บขส.เปิดศูนย์ช่วยน้ำท่วม

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง (บขส.) กล่าวว่า  ขณะนี้ บขส.  ยังเปิดให้บริการทุกเส้นทาง เนื่องจากเป็นรถใหญ่ จึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่มีปัญหาความล่าช้าในการเดินทางบ้าง  เพราะหากเส้นทางไหน ประสบปัญหาน้ำท่วม  ทางพนักงานขับรถ จะประสานกับตำรวจทางหลวง หรือเจ้าหน้าที่ ขบ. เพื่อเปลี่ยนเส้นทางเดินรถสำรอง  หากผู้โดยสารรายใด  ต้องการรับทราบข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1490  ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 
               
นอกจากนี้บขส. ได้เปิดศูนย์รับบริจาค เครื่องอุปโภคบริโภค ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เช่น  น้ำดื่ม อาหารสำเร็จรูป ยารักษาโรค และผ้าอนามัย  ที่สถานีขนส่งหมอชิต  ชั้น 1  

กรมทางชนบรายงานความเสียหาย

นายวิชาญ คุณคูณสวัสดิ์  อธิบดีกรมทางชนบท  กล่าวว่า ความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ระหว่างวันที่ 1- 18 ส.ค. พบว่า มีพื้นที่ที่ได้รับผกระทบ 49  มีจังหวัด  รวม  216 สายทาง ขณะนี้น้ำลดลงแล้ว 201 สายทาง และอีก 15 สายทางน้ำยังคงท่วมขัง  โดยสามารถสัญจรผ่านได้ 208 สายทาง และอีก  7 สายทางไม่สามารถสัญจรผ่านได้  ซึ่งได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมแล้ว 197 สายทาง ส่วนอีก 18 สายทางอยู่ระหว่างดำเนินการ  และไม่ได้รับผลกระทบ 15 สายทาง  คาดว่า ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาท
            
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวม 16 จังหวัด  88 สายทาง ได้แก่ กำแพงเพชร เสียหารน 11 สายทาง  เพชรบูรณ์ 9 สายทาง  เชียงใหม่  8 สายทาง   เชียงราย พิจิตร 7 สายทาง และนครสวรรค์ น่าน ลำพูน ลำปาง 6 สายทาง เป็นต้น   ส่วนตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้รับผลกระทบ 16 จังหวัด เสียหาย 62 สายทาง เช่น อุดรธานี 10 สายทาง  เลย 8 สายทาง นครราชสีมา 7 สายทาง  มุกดาหาร 6 สายทาง เป็นต้น   ส่วนภาคกลางได้รับผลกระทบ 15 จังหวัด 59 สายทาง ได้แก่ ราชบุรี 10 สายทาง สุพรรณบุรี 8 สายทาง  เพชรบุรี 7 สายทาง  ระยอง สระบุรี 6 สายทาง เป็นต้น   ในขณะที่ภาคใต้รับผลกระทบ 2 จังหวัด 7 สายทาง  ที่ยะลาและสงขลา

ทางหลวงสายเส้นชำรุด

นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า วิกฤตการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ  มีเส้นทางที่มีระดับน้ำสูง  บางสายทางมีสภาพชำรุด การจราจรผ่านไม่ได้  เช่น นครสวรรค์  ทางหลวงหมายเลข 11  สายตากฟ้า - กม.71+655 69+630  พระนครศรีอยุธยา ทางหลวงหมายเลข  3263 ตอนอยุธยา - กม.30+000  ช่วงกม. 10+900 –กม.11+100  น้ำท่วมบริเวณ U-TURN ใต้สะพานสีกุก  จังลพบุรี 4 สายทาง คือ  1. ทางหลวงหมายเลข  205  ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 21(ม่วงค่อม) -  ต่อทางของเทศบาลตำบลลำนารายณ์ ช่วงกม. 229+359 –กม. 234+500   ระดับน้ำสูง 60 ซม. 2. ทางหลวงหมายเลข 205 ช่วงกม. 227+000 –กม. 227+705  มีการติดตั้งป้ายเตือนและกรวยยางวางเป็นแนวทาง 3.ทางหลวงหมายเลข 2247 แยกทางหลวงหมายเลข 2256(เขาน้อย) - บรรจบทางหลวงหมายเลข 205(จงโก) ช่วงกม.31+100-กม. 31+600   4. ทางหลวงหมายเลข 2256 แยกทางหลวงหมายเลข 205(ชัยบาดาล) - กม.37+183(ต่อเขตแขวงฯนครราชสีมาที่ 2)   มีการติดตั้งป้ายเตือน
           
สระบุรี  ทางหลวงหมายเลข 362 ช่วงถนนวงแหวนรอบเมืองสระบุรีด้านตะวันตก  อ่างทอง  ทางหลวงหมายเลข  32 ตอนทางแยกต่างระดับอ่างทอง -ไชโย    ระดับน้ำสูง 80 ซม. ปราจีนบุรี  ทางหลวงหมายเลข 319 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 33 (ปากพลี) – ทางแยกไปศรีมหาโพธิ์  สระแก้ว .ทางหลวงหมายเลข 3366 ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 33 (ท่าข้าม) - บรรจบทางหลวงหมายเลข 3511 (หนองเอี่ยน)  ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 3367 , ทางหลวงชนบทสายอรัญฯ-เขาน้อย ทดแทน  เพชรบูรณ์  ทางหลวงหมายเลข 2331 ตอนโจ๊ะโหวะ-กม.35+100   การจราจรผ่านได้ 1 ช่องทาง
           
นครราชสีมา มี  3 สายทาง ได้แก่ 1.ทางหลวงหมายเลข 226  ตอนแยกทางหลวงหมายเลข 224(นครราช สีมา-จุดเริ่มต้นทางเลี่ยงเมือง) ช่วงต.จักรราช  ระดับน้ำสูงมาก 2.ทางหลวงหมายเลข 2160  ตอนบ้านเหลื่อม-บรรจบทางหลวง 2020 (แก้งสนามนาง ) ระดับน้ำสูงมาก 3.ทางหลวงหมายเลข 2  ช่วงหน้าห้างบิ๊กซี-แยกเข้าเทศบาล ต.จอหอ    
           
ทั้งนี้ ได้ประกาศให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางทราบโดยทั่วกัน หากต้องการสอบถามเส้นทาง  หรือจะขอความช่วยเหลือ  ติดต่อสายด่วนกรมทางหลวง 1586  และตำรวจทางหลวง 1193  ตลอด 24 ชั่วโมง   และสำนักงานประชาสัมพันธ์ 0 2354 6530, 0 2354 6668-76 ต่อ 2014 ,2031 ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย    สำนักบริหารบำรุงทาง  0 2354 6551  ในวันเวลาราชการ

กรมเจ้าท่าเร่งขุดลอกคลองระบายน้ำ

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า  ขณะนี้กรมเจ้าท่า ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ทช.ทล. เพื่อบูรณาการแผนร่วมกัน โดยหลังจากนี้จะออกสำรวจแม่น้ำ และคูคลองต่างๆ ที่ประสบปัญหาตื้นเขิน  ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงขึ้น โดยเบื้องต้น มีแม่น้ำสำคัญที่จำเป็น ต้องขุดลอกทั่วประเทศ ระยะทาง 16,000 – 17,000 กม. และคลองขนาดเล็ก ที่ต้องมีการขุดลอก 20,000 กม. เชื่อว่า หากดำเนินการตามเป้าหมาย จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในปีต่อไป

รฟท.งดวิ่ง5ขบวนหนองคาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) กล่าวว่า เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 ต.ค. สถานการณ์การเดินรถไปในเส้นทางสายเหนือ ใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้เดินรถตามปกติแล้ว ยกเว้นในเส้นทางหนองคาย 5 ขบวน ได้แก่ เที่ยวไป คือ 1. ขบวนรถด่วนดีเซลราง ที่ 77 กรุงเทพ-หนองคาย(ออกจากกทม.เวลา 18.30 น.)  2. ขบวนรถด่วน ที่ 69 กรุงเทพ-หนองคาย(ออกจากกทม. เวลา 20.00น.) และ 3. ขบวนรถด่วนที่ 133 กรุงเทพ-หนองคาย (ออกจากกทม.เวลา 20.45 น.) และเที่ยวกลับ คือ 1. ขบวนรถด่วน 70 หนองคาย-กรุงเทพ (ออกจากหนองคายเวลา 18.20 น.) 2. ขบวนรถเร็วที่ 34 หนองคาย-กรุงเทพ (ออกจากหนองคายเวลา 19.15น.)  ดังนั้น ผู้โดยสารสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง และติดตามสถานการณ์ได้ที่ คอลเซ็นเตอร์  1690 ตลอด 24 ชม. โดยเบื้องต้นสรุปความเสียหาย 18 ล้าน แบ่งเป็น ค่าใช้จ่ายซ่อมปรับปรุงสภาพทาง 17 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายขนถ่ายผู้โดยสาร 1 ล้านบาท
           

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท