
ชาวบ้านร้องสนช.ถูกภาครัฐปิดกั้นใช้ประโยชน์ที่ดินทำกิน
ชาวบ้านบึงกาฬ ร้องสนช.แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ภายหลังภาครัฐปิดกั้นการใช้ประโยชน์ สุรชัย ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จริง
ชาวบ้านบึงกาฬ ร้องสนช.แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ภายหลังภาครัฐปิดกั้นการใช้ประโยชน์ สุรชัย ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จริง
ที่รัฐสภา กลุ่มประชาชนชาวหนองนาแซง จ.บึงกาฬ นำโดยนายหนูแกม ชาวทองหลาง ตัวแทนกลุ่มฯ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 เกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน
นายหนูแกม กล่าวว่า ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินสาธารณประโยชน์หนองนาแซงมาตั้งแต่ปี 2507 จนถึงปัจจุบัน โดยใช้เป็นที่เพาะปลูกข้าว ไม้ยืนต้น และเลี้ยงสัตว์ ส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง ต้องอาศัยที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน จนปี 2536 อ.เซกา จ.หนองคายในขณะนั้น ได้ทำหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) พื้นที่สาธารณะ ใช้ประโยชน์ร่วมกันที่หนองนาแซง จำนวน 1,558 ไร่ ถือเป็นประกาศที่ทับพื้นที่ทำกินเดิม และยังมีการออก ภบท.5 ให้ชาวบ้านเสียค่าบำรุงท้องที่อีกด้วย
นายหนูแกม กล่าวอีกว่า ปี 2549 ชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่าควรให้ทางอ.เซกาอนุโลมให้ชาวบ้านทำกินในพื้นที่เดิมไปพลางๆ ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบแนวเขตของที่สาธารณประโยชน์ให้ชัดเจน และให้จ.หนองคายในขณะนั้นเร่งรัดตรวจสอบโดยเร็ว แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2560 มีประกาศอบต.ท่าสะอาด ห้ามบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่สาธารณดังกล่าว อีกทั้งในวันที่ 13 มิ.ย. 2561 อบต.ท่าสะอาด ยังได้ประกาศแจ้งให้รื้อถอนทำลายทรัพย์สินจากที่สาธารณประโยชน์หนองนาแซง และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 20 วันด้วย ทางกลุ่มจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกับชาวบ้านเพื่อหาทางออกในปัญหาดังกล่าว
ด้านนายสุรชัย กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวส่งให้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนช. ไปพิจารณาอย่างเร่งด่วน และจะปรึกษากับประธานกรรมาธิการฯ ด้วยว่า ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ รวมถึงต้องขอข้อมูลจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมาดูด้วยว่า ได้วินิจฉัยอย่างไรไปแล้วบ้างเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 10 กว่าวันก็จะถึงกำหนดที่ให้ชาวบ้านต้องย้ายออกแล้ว







