
ลดค่าเงินบาทไปแล้ว
ธนาคารแห่งประเทศไทย กับธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้ลดค่าเงินบาท หรือทำให้เงินบาทอ่อนค่าไปเรียบร้อย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ธนาคารแห่งประเทศไทย กับธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้ลดค่าเงินบาท หรือทำให้เงินบาทอ่อนค่าไปเรียบร้อย
งานนี้ไม่ได้มีการจับมือ หรือส่งสัญญาณใดๆ แต่การที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย และประกาศจะขึ้นดอกเบี้ยไปอีกอย่างต่ำ 2 ครั้ง ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวโดยปริยาย
สาเหตุเนื่องจากเมื่อเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ย สิ่งที่เกิดขึ้นคือภาวะเงินทุนไหลออกจากไทย กลับไปสหรัฐ เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า จากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ขยับไปเป็นระยะๆ
ในทางกลับกัน เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย ตรึงดอกเบี้ย หมายความว่าผลตอบแทนในประเทศไทยคงที่ ค่าเงินจึงอ่อนยวบ จากเงินไหลออก
ที่เป็นท่อน้ำขนาดใหญ่ไหลเป็นแม่น้ำคือเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยต่างชาติเทขายหุ้นนับตั้งแต่ต้นปีไปแล้ว 1.6 แสนล้านบาท
การที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงในระยะสั้น ส่งผลกระทบในเชิงลบ จากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวลดลง และรวมไปถึงราคาสินค้านำเข้าที่จะแพงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน
ในระยะยาวตามทฤษฎีแล้ว เมื่อค่าเงินบาทอ่อน จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ ในแง่การส่งออกจะดีขึ้น การนำเข้าจะลดลง จะส่งผลถึงการเกินดุลการค้า
แต่ทว่าในยุคนี้การจะมองเฉพาะค่าเงินบาทกับค่าเงินดอลลาร์ คงไม่ครบองค์ประกอบ โดยจุดสำคัญต้องมองค่าเงินหยวนของจีนประกอบด้วย
จีนกลายเป็นประเทศที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก
สำหรับไทยแล้ว จีนคือประเทศที่เป็นตลาดส่งออกใหญ่สุด แซงหน้าประเทศคู่ค้าอื่นๆ ตามมาด้วยสหรัฐและญี่ปุ่น
ขณะเดียวกันหากนับกลุ่มประเทศแล้ว ไทยส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียนมากที่สุด และจีนกลายเป็นตลาดอันดับ 1 ของกลุ่มอาเซียนด้วยเช่นกัน
ค่าเงินหยวน จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการส่งออกไปยังจีน ทั้งของไทยและของอาเซียน
ในอีกแง่ จีนไม่เพียงเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่แต่ยังเป็นประเทศผู้ส่งออกระดับยักษ์ เป็นคู่แข่งของไทยและอาเซียนด้วย
ตลาดส่งออกหลักของจีน คือ ยุโรป สหรัฐ และอาเซียน
แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แต่ทุกอย่างยังไม่จบ โดยเฉพาะต้องดูค่าเงินหยวนประกอบ เพื่อติดตามผลกระทบที่จะตามมา
ยิ่งเฉพาะเมื่อสหรัฐ เปิดสงครามการค้ากับจีน ด้วยการประกาศภาษีการนำเข้าสินค้าจากจีน เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา เหมือนหนังเรื่องยาวที่เพิ่งออกโรงในตอนแรก
จีนจะเปิดศึกตอบโต้ หรือจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะที่เกี่ยวพันกับค่าเงินหยวน
ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อการเมือง และเศรษฐกิจโลก
เพราะมีคำกล่าวไว้ว่า ถ้าอยากให้สินค้าถูก ก็ต้องให้จีนส่งสินค้ามาแข่งขัน และหากต้องการให้สินค้าแพง ก็ต้องให้คนจีนกินหรือใช้
ดังนั้น ที่ทำได้ก็เพียงติดตามและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
นอกจากนั้น อย่าฝันกันเลยว่าจะทำอะไรได้อีก







