
แม่พิมพ์น้ำดี
กระแสข่าวกรณีโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกิน “ขนมจีนคลุกน้ำปลา” ในถาดหลุม
โดย...กาคาบข่าว
กระแสข่าวกรณีโรงเรียนบ้านท่าใหม่ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกิน “ขนมจีนคลุกน้ำปลา” ในถาดหลุม ซึ่งถูกขยายผลไปถึงการสอบสวนผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าว กระทั่งต่อมาถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนด้วย หากพิจารณากรณีนี้ย่อมสะท้อนถึงปัญหาต่างๆ มากมาย
เรามักจะได้ยินผู้ใหญ่ในบ้านเราพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่า เด็กเล็ก เด็กอนุบาลนั้นอยู่ในวัยสำคัญที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาอยู่ในช่วงวัยชี้เป็นชี้ตายได้เลยว่ากำลังจะเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แบบไหน บาดแผลในใจที่จะได้รับจากสังคมที่หล่อหลอมพวกเขาขึ้นมาเริ่มขึ้นในวัยนี้ และที่สำคัญคืออยู่ในวัยที่ต้องการสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการทางร่างกาย
ยุคนี้ผู้ใหญ่ในบ้านเราถึงกับเสนอร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ให้คำนิยามของเด็กปฐมวัยคือตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์จนถึง 8 ปี เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเด็กเล็ก แบ่งการดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยออกเป็นช่วง ได้แก่ ช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาถึงก่อนคลอดให้หน่วยงานต่างๆ ดูแล
และดูเหมือนว่าความปรารถนาดีทั้งหลายได้ถูกหน่วยปฏิบัติถูกโรงเรียนทำลายลงอย่างย่อยยับ และน่าตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับอุดมการณ์และจริยธรรมของผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เติบโตไต่เต้าขึ้นมาจากครู
ผู้เขียนเคยทราบเรื่องราวของครูยี มอน ซอร์ ครูมัธยมของโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศเมียนมา ครูท่านนี้ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ปี 2558 เรื่องราวของจิตวิญญาณความเป็นครูของครูยี มอน ซอร์ ที่ยืนหยัดเพื่อนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดความพร้อมในทุกด้าน เด็กนักเรียนต้องจัดเตรียมทุกอย่างเอง บางกรณีผู้ปกครองถึงกับต้องจ่ายค่าสร้างห้องน้ำโรงเรียน ค่าก่อสร้างสนามเด็กเล่น กระทั่งค่าโต๊ะเก้าอี้เรียน เพราะไม่มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล โรงเรียนในเมียนมาบางแห่ง ไม่มีแม้แต่พื้นที่สำหรับสนามเด็กเล่น ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่ในกรุงย่างกุ้ง
แต่ละวันผู้ปกครองต้องเตรียมอาหารกลางวันจากบ้านให้ลูกไปกินที่โรงเรียน เพราะโรงเรียนไม่มีงบอาหารกลางวัน หากไม่มีเงินซื้ออาหารในโรงอาหารซึ่งเป็นอาหารที่ประกอบขึ้นอย่างง่ายๆ เฉลี่ยแล้วต้องควักเงินมื้อละประมาณ 600 จ๊าด หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 15 บาท ก็หมายความว่าต้องอดอาหารกลางวัน
ครูยี มอน ซอร์ ช่วยนักเรียนส่วนหนึ่งด้วยการกำกับดูแลให้เด็กนักเรียนช่วยกันปลูกผักและผลไม้ สานต่อจากเรื่องดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 21 ปีก่อน โดยเมื่อย้อนกลับไปในปี 2538 สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงช่วยเรื่องโครงการอาหารในโรงเรียน พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการศึกษาดูงานโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันให้แก่ครู จนปัจจุบันโรงเรียนหลายแห่งสามารถปลูกพืชผักผลไม้ สอนเด็กๆ ให้มีทักษะทางการเกษตร สร้างโอกาสให้ตัวเองได้รับโภชนาการและสุขภาพที่ดีได้
ครูยี มอน ซอร์ ได้คะแนนสูงสุดจากการตัดสินของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ได้รับเข็มเชิดชูเกียรติ และเงิน 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ เงินรางวัลที่ได้มานั้นส่วนหนึ่งครูท่านนี้นำไปซื้อแท็งก์น้ำดื่มขนาดใหญ่บริจาคให้กับโรงเรียน อีกส่วนหนึ่งนำไปเลี้ยงอาหารกลางวันมื้อพิเศษให้กับเด็ก
เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าครูและผู้บริหารน้ำดี มีอุดมการณ์ ไม่คิดถึงแค่ประโยชน์ของตัวเองแบบครูยี มอน ซอร์ ในประเทศเรายังมีอีกมาก พวกเขานั่นเองที่จะเป็นแม่พิมพ์น้ำดีขับไล่น้ำเน่าในวงการนี้ให้หมดไป







