
สั่ง "ผอ.ขนมจีน" ให้ออกจากราชการไว้ก่อน! พร้อมสอบวินัยร้ายแรง
ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน "ผอ.ขนมจีน" พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่ "ปปช." พบเงินอาหารกลางวันหายวันละ3 พัน
ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน "ผอ.ขนมจีน" พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่ "ปปช." พบเงินอาหารกลางวันหายวันละ3 พัน
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายชุมพล ศรีสังข์ ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำเอกสารสรุปรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ ถูกผู้ปกครองนักเรียนร้องเรียนสงสัยมีการทุจริตอาหารกลางวันนักเรียนและข้อสงสัยการทุจริตอื่น รวม 10 ข้อเข้าหารือและรายงานต่อนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ตามผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2ต้นสังกัดที่พบว่า ข้อร้องเรียนมีมูลจึงให้ออกจากราชการไว้ก่อนและดำเนินการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงต่อไป ซึ่งนายวิชวุทย์เห็นชอบตามที่เสนอ
นายชุมพล กล่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2 ต้นสังกัด ได้สืบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นว่า ข้อร้องเรียนมีมูลเหตุอันเชื่อได้ว่ามีทุจริตอย่างร้ายแรง ตนจึงได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายสมเชาว์ และมีคำสั่งให้นายสมเชาว์ ออกจากราชการไว้ก่อนจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
"ตามการสืบสวนข้อเท็จจริงพบนายสมเชาว์ มีพฤติการณ์ทำผิดวินัยร้ายแรง ใน 5 ประเด็น คือ 1. โครงการปรับปรุงซ่อมแซมไฟฟ้า ภายในโรงเรียน ที่ไม่เป็นไปตามแบบพัสดุที่ยื่นขอปรับปรุง 2. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีต ที่มีการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน ร่วม 3 แสนบาท และยังนำเงินการกุศล ไป. ใช้ในโครงการ 3. การขายผลผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นสวนปาล์มของโรงเรียน แต่ไม่นำเงินเข้าบัญชีโรงเรียน 4. การจัดอาหารกลางวัน ให้กับเด็กนักเรียน ที่ไม่มีคุณภาพ และเพียงพอกับนักเรียน และส่อไปในทางทุจริต และ 5. การ อนุญาต ให้ขายเครื่องดื่มน้ำอัดลมภายในโรงเรียน ซึ่งเป็นนโยบายห้ามเด็ดขาด"นายชุมพล กล่าว
ด้าน นายพล ศรัทโธ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ป.ป.ช.)ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า กำลังเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องอาหารกลางวันนักเรียนให้แล้วเสร็จ เพื่อส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ปปช.พิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนกรณีข้อร้องเรียนอื่นที่คณะกรรมการสืบสวนต้นสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 2 ดำเนินการทราบเบื้องต้นว่า พบความผิดวินัยร้ายแรงอีก 4 เรื่องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือโรงเรียนในฐานะนิติบุคคลที่จะต้องมีหน้าที่แจ้งความร้องทุกข์
นายพล กล่าวว่า กรณีนี้สามารถดำเนินการได้ 2 ทาง แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่เพื่อส่งสำนวนให้กับ ปปช. หรือผู้เสียหายโดยตรงสามารถเข้าร้องเรียน ต่อ ปปช.ประจำจังหวัด เพื่อให้เข้าตรวจสอบและดำเนินการ โดยปีการศึกษา 2561 ที่เพิ่งเปิดเรียนพบว่ามีเอกสารการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารวันละกว่า 5,000 บาท แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่ามีการใช้เงินเพียงวันละ 3,000 บาท จึงเห็นว่ามีเงินจำนวนหนึ่งถูกเบียดบังออกไปจริง
วันเดียวกัน บรรดาผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่ 17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ ได้ทราบข่าวการสืบสวนข้อเท็จจริงมีมูลความจริงตามที่ผู้ปกครองร้องเรียน ได้แสดงความโล่งอกที่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยไม่ได้มีอคติส่วนตัวหรือเป็นเรื่องกลั่นแกล้งกัน
ผู้ปกครองนักเรียนรายหนึ่ง กล่าวว่า จากเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้นเพื่อความปลอดภัย ตนเองและผู้ปกครอง พร้อมครูโรงเรียนบ้านท่าใหม่ รวม 4 คนได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ ซึ่ง พ.ต.อ.ทักษิณ ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ รับปากว่าจะดูแลความปลอดภัยให้เป็นอย่างดี
"ได้ทราบมีคำสั่งให้นายสมเชาว์ ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อสอบสวนทางวินัย ซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านถือว่าทางราชการได้รับรู้ปัญหาและเข้าสู่กระบวนการแล้ว จะออกมาเป็นอย่างไรเชื่อว่าจะเป็นไปตามผลของการกระทำ อย่างน้อยเด็กนักเรียนที่นี้ได้กินอาหารกลางวันที่ดีขึ้น และโรงเรียนที่อื่นๆก็มีการปรับปรุงอาหารจากการสะท้อนปัญหาที่โรงเรียนบ้านท่าใหม่"ผู้ปกครองนักเรียน กล่าว







