
เสียหายอีกเท่าไหร่
การประชุมสภากรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาญัตติของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่องขอความเห็นชอบผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี
โดย...แสงตะเกียง
การประชุมสภากรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาญัตติของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่องขอความเห็นชอบผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 6 โครงการ งบประมาณรวมทั้งสิ้น 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเป็นการผูกพันงบประมาณต่อเนื่องสูงสุด 24 ปี แต่มีการลงมติเห็นชอบเพียง 2 โครงการเท่านั้น
โดยโครงการที่ผ่านมติเห็นชอบ ประกอบด้วย 1.โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดขยะมูลฝอยด้วยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน ที่ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยอ่อนนุช ระยะเวลา 24 ปี วงเงิน 7,330 ล้านบาท 2.โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอยด้วยระบบเตาเผาขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน ที่ศูนย์หนองแขม ระยะเวลา 24 ปี วงเงิน 7,330 ล้านบาท
ขณะที่อีก 4 โครงการไม่ได้รับอนุมัติ คือ โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย สถานีขนถ่ายมูลฝอยระบบใหม่ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหมและหนองแขม 23 ปี วงเงิน 4,964 ล้านบาท โครงการจ้างเหมาเอกชนกำจัดมูลฝอย พร้อมบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะและของเสียชุมชนระยะเวลา 23 ปี วงเงิน 1,642 ล้านบาท และโครงการจ้างเอกชนขนถ่ายมูลฝอยจากสถานีขนถ่ายมูลฝอยรัชวิภาไปกำจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยกรุงเทพมหานคร ระยะ 11 ปี วงเงิน 795 ล้านบาท
เกิดคำถามว่าทำไมโครงการที่เหลือจึงไม่ผ่านมติ
แม้ว่าทางสภา กทม.จะเห็นด้วยที่ต้องแก้ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอย แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการได้มาของโครงการ เนื่องจากฝ่ายบริหาร กทม.ต้องการนำงบกลาง ซึ่งควรนำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาเร่งด่วนช่วยเหลือประชาชน อาทิ ไฟดับ น้ำท่วม ซ่อม-สร้างสาธารณูปโภคที่จำเป็นเท่านั้น มาผูกพันเข้ากับโครงการที่มีระยะเวลาหลายปี ยิ่งทำให้เงินจำนวนนี้ขาดหายไปอย่างไม่สมเหตุสมผล
ขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เสนอให้ กทม.เร่งนำโครงการที่ลงทุนก่อสร้างไปแล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่ด้วยแผนการทำงานโครงการเหล่านี้ยังไม่มีการระบุพื้นที่ในการกำจัดมูลฝอย ซึ่งตามข้อกำหนดนั้นเอกชนต้องกำหนดสถานที่ตั้งโครงการกำจัดมูลฝอยเอกชน อีกทั้ง สตง.ยังได้กำหนดให้ กทม.เร่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการไม่ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของโครงการก่อสร้างสถานีขนถ่ายมูลฝอย
จะเห็นว่าปัญหาเกิดขึ้นทันทีเมื่อฝ่ายบริหาร กทม.ตั้งโครงการขอ
งบประมาณโดยไม่มีแบบแผนหรือทำได้จริง ซึ่งมีอีกหลายโครงการที่กลายเป็นการลงทุนแบบไม่เกิดประโยชน์ซ้ำซาก บางโครงการสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ใช้งานมายาวนานกว่า 10 ปี ตัวอย่างเช่น โรงกำจัดขยะ โรงฆ่าสัตว์ รวมถึงสนามกีฬาบางกอกอารีน่า ที่ทุกวันนี้ยังไม่คุ้มค่า
แนวทางการพิจารณาของสภา กทม.พยายามยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญและสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แก้ปัญหาการตั้งงบประมาณโดยไม่มีแผนการดำเนินการที่ชัดเจน เข้มงวดใช้จ่ายเงินอย่างรัดกุม อีกส่วนหนึ่งคือพิจารณาถึงความจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณ พร้อมกับดูถึงประสิทธิภาพการจัดการงบประมาณอย่างละเอียดเพื่อทำให้สิ่งที่ลงทุนไปเกิดประโยชน์ไม่เสียเปล่า
ทว่าข้อเสนอแนะทั้งหมดของสภา กทม.ได้ส่งต่อให้ฝ่ายบริหาร กทม.ไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาปฏิบัติจริง เหตุการณ์ตั้งโครงการของบประมาณผูกพันยาวนานหลายปีจึงต้องล้มลง ฉะนั้นฝ่ายบริหาร กทม.จึงควรหันกลับมานั่งคิดหาทางทำอย่างไรให้สิ่งที่ลงทุนไปแล้วมูลค่ามหาศาลเกิดประโยชน์เสียก่อน งบประมาณที่ควรนำไปใช้ในเรื่องสำคัญต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่ บทเรียนซ้ำซากเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น







