
อย่าประมาททรัมป์
ใครที่เคยดูหมิ่นดูแคลนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประมาณเรียกว่าเป็นทรัมป์บ้า ฯลฯ เห็นทีต้องคิดใหม่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครที่เคยดูหมิ่นดูแคลนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประมาณเรียกว่าเป็นทรัมป์บ้า ฯลฯ เห็นทีต้องคิดใหม่
เพราะตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ามารับตำแหน่ง เศรษฐกิจของสหรัฐก็ดูดีขึ้นทันที
ไม่ต้องไปนับเรื่องดัชนีตลาดหุ้นที่พุ่งพรวดพราด แต่เอาดัชนีเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นตัวตั้ง
เริ่มจากการจ้างงาน ที่กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้นมากกว่าคาดในเดือน พ.ค. โดยเพิ่มขึ้น 2.23 แสนตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.88 แสนตำแหน่ง
ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 3.8% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2543 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.9%
ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 8 เซนต์/ชั่วโมง หรือ 0.3% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.1% ในเดือน เม.ย. และเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.6% ในเดือน เม.ย.
นั่นหมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตขึ้น จนส่งผลให้เกิดการจ้างแรงงาน ที่เป็นเป้าหมายสำคัญของการวางนโยบายเศรษฐกิจมหภาค
ถัดมาเป็นการส่งออกและดุลการค้า
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลงอย่างมากในเดือน เม.ย. ท่ามกลางการส่งออกที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์
ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 2.1% สู่ระดับ 4.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และลดลงจากระดับ 4.72 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือน มี.ค.
ส่วนการส่งออกสินค้าและบริการอยู่ที่ 2.112 แสนล้านดอลลาร์ ในเดือน เม.ย. หรือเพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกพลังงาน
ในแง่การนำเข้าสินค้าและบริการลดลง 0.2% อยู่ที่ 2.574 แสนล้านดอลลาร์ ในเดือน เม.ย.
ขณะเดียวกัน ข้อมูลการวิจัยจาก ซูรคิ อินชัวรันซ์ / เอิร์น แอนด์ ยัง และแอตแลนติก เคาน์ซิล (Zurich Insurance Group/EY/Atlantic Council) พบว่า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ทั่วโลกจำนวน 71% เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงมีความแข็งแกร่งในช่วง 3 ปีข้างหน้า
นอกจากนั้น นักการเงิน 61% มีความมั่นใจ หรือมั่นใจอย่างมากในการลงทุนในสหรัฐ และ 66% กล่าวว่า มีแผนที่จะเพิ่มการจ้างงานในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
สิ่งที่บรรดานักการเงินเหล่านี้มอง ก็คือการปฏิรูปภาษีในสหรัฐจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท ขณะที่บริษัทจำนวน 50% ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาษี ระบุว่า จะใช้เงินภาษีที่ประหยัดเพื่อการลงทุน
ความเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นใจเหล่านี้ ยังไม่นับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี คิมจองอึน ของเกาหลีเหนือ ที่จะเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก
นโยบายการหาเสียงอเมริกาต้องมาก่อน และอเมริกาจะยิ่งใหญ่อีกครั้ง
นั่นอาจไม่ใช่แค่ลมปาก แต่จะมีผลบังเกิดขึ้นแล้วจริงๆ







