
ทำไกด์ไลน์ช่วยเอสเอ็มอีสู้บาท
“พรทิวา” สั่งทำไกด์ไลน์ ช่วยเอสเอ็มอีรับมือบาทแข็ง เล็งเพิ่มประสิทธิภาพผลิต พัฒนาแบรนด์ พาเจาะตลาดใหม่
“พรทิวา” สั่งทำไกด์ไลน์ ช่วยเอสเอ็มอีรับมือบาทแข็ง เล็งเพิ่มประสิทธิภาพผลิต พัฒนาแบรนด์ พาเจาะตลาดใหม่
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ให้กรมส่งเสริมการส่งออก ไปจัดทำแนวทางในการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในภาวะค่าเงินบาทเทียบเหรียญสหรัฐแข็งค่า เพื่อเป็นข้อแนะนำให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ใช้เป็นคู่มือในการทำธุรกิจ เพราะเป็นกลุ่มที่ได้ผลกระทบหนักสุดจากปัญหาเงินบาทแข็งค่า จึงต้องหาทางดูแลให้อยู่รอดให้ได้
ทั้งนี้ คู่มือที่จะจัดทำออกมา เช่น วิธีการซื้อเงินต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ขั้นตอนและวิธีการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ ขั้นตอนและวิธีการในการขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการของรัฐบาลที่ออกมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ส่งออกได้รับผลกระทบ รวมไปถึงขั้นตอนและวิธีการในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการส่งออก อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และการเข้าร่วมคณะผู้แทนการค้าไทยเดินทางไปเจรจาเปิดตลาดการค้าในต่างประเทศ
“เมื่อเงินบาทแข็งค่า จะต้องปฏิบัติตัวยังไงบ้าง มีวิธีการรับมืออย่างไร ขั้นตอนในการป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการประกอบธุรกิจ ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะออกมาช่วยเหลือเอสเอ็มอี ”นางพรทิวากล่าว
นางพรทิวา กล่าวว่า ยังได้ขอให้กรมส่งเสริมการส่งออกเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการสูญเสียในการผลิต การปรับปรุงระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนการส่งออก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขัน และช่วยผลักดันให้มีการสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า หากสามารถพัฒนาให้มีการสร้างแบรนด์โดยผสมเอกลักษณ์ความเป็นไทยลงไปจะช่วยลดปัญหาแข่งขันราคา ซึ่งไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่ง
นอกจากนี้ ให้ไปจัดทำแผนการบุกเจาะตลาดใหม่ โดยเน้นตลาดที่มีศักยภาพและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงและระดับปานกลาง โดยสินค้าที่จะนำไปบุกเจาะตลาด จะต้องสร้างความแตกต่างโดยผลิตสินค้ารูปแบบใหม่ๆ เลี่ยงแข่งสินค้าถูกจากจีน และประเทศผู้ส่งออกใหม่ โดยมีแผนที่จะจัดโครงการเอกซ์ปอร์ต เวิลด์ ทัวร์ นำผู้ส่งออกไปบุกเจาะตลาด ซึ่งจะเน้นไปยังกลุ่มเอสเอ็มอีมากขึ้น
ผู้ประกอบการไทยควรจะใช้โอกาสนี้ปรับการผลิตสินค้า โดยส่งออกสินค้าคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกรีน บิซิเนส ซึ่งเป็นแนวโน้มตลาดโลกมีความต้องการทั้งประเทศที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา นอกจากจะส่งออกได้อย่างยั่งยืนแล้ว ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมโลกในการลดภาวะโลกร้อนด้วย ขณะเดียวกัน และควรวางแผนไปลงทุนต่างประเทศเพื่อเป็นการปรับตัวเชิงโครงสร้างทางการค้าและการลงทุนของไทยไปสู่ทิศทางที่แข่งขันได้มากขึ้น โดยการออกไปแสวงหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ แรงงาน เทคโนโลยีในการผลิต ระบบโลจิสติกส์ ที่มีต้นทุนต่ำ และมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว







