
เกษตรกรเตรียมล่ารายชื่อร้องนายกฯเลิกห้ามเลี้ยงกุ้ง
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเตรียมล่ารายชื่อยื่น นายกรัฐมนตรี ให้ชะลอมติ ครม. ห้ามเลี้ยงกุ้ง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำว่ากระทบสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่
เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเตรียมล่ารายชื่อยื่น นายกรัฐมนตรี ให้ชะลอมติ ครม. ห้ามเลี้ยงกุ้ง พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำว่ากระทบสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคกลาง ทั้งจากอําเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมล่ารายชื่อเสนอต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชะลอ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ห้ามเกษตรเลี้ยงสัตว์นํ้าความเค็มตํ่าในบางพื้นที่ใน 55 จังหวัดทั่วประเทศเนื่องจากมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในเรื่องของคุณภาพนํ้า พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมลงมาตรวจสอบและวิจัยคุณภาพนํ้าว่ากระทบกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่
นายอนุเดช เชี่ยวชาญวิลิตชกิจ นายกสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์นํ้าไทย กล่าวว่า จากมติ ครม. ทําให้เกิดผลกระทบกับเกษตรผู้เลี้ยงกุ้งจํานวน 55 จังหวัดทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นอาชีพดั้งเดิมที่ทํามากว่า 20 ปีแล้ว และมีการนําเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ประยุกต์ในการเลี้ยง เช่น นํากุ้งขาวแวนาไม จากรัฐฟลอริดา และรัฐฮาวาย มาเลี้ยงผสมผสาน สามารถเพาะพันธุ์กุ้งเพสผู้ได้ทั้งหมด อีกทั้งยังปลอดสารพิษด้วย ซึ่งตรงกับความต้องการของตลาดที่ต้องการกุ้งตัวโต โดยเฉพาะพื้นที่อําเภอบางแพจังหวัดราชบุรี เลี้ยงกุ้งและปลาประมาณ 80 % ของพื้นที่ ประมาณ 3,657 ไร่ จํานวนมากกว่า 200 ราย ผลิตกุ้งได้ปีละกว่า 6,494 ตัน ส่งออกต่างประเทศปีละกว่าสองหมื่นล้านบาท
"ขอเรียนร้องหน่วยงานภาครัฐให้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมหาแนวทาง ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ เนื่องจากสภาพความเป็นจริงแล้ว ไม่ตรงกับข้อมูล หากเกษตรเลี้ยงกุ้งสร้างความเดือดร้อนด้านสิ่งแวดล้อมจริง ก็สามารถมาดูได้ว่าในพื้นที่ก็มีการปลูกพืชผักทางการเกษตรบริเวณคันบ่อเลี้ยงกุ้ง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขาย และบริโภคในครัวเรือนได้"นายอนุเดชระบุ
นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ทางจังหวัดรับทราบปัญหาดี เมื่อมีมติ ครม.ออกมาอย่างนี้ หากประชาชนประสงค์ที่จะยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีก็สามารถทําได้ เพื่อให้ท่านได้รับทราบปัญหาความเดือนร้อนที่แท้จริง แต่อย่างไปประท้วงปิดถนนจะก่อให้เกิดความเดือนร้อนผู้อื่น







