posttoday
ยุคทีแคส

ยุคทีแคส

07 มิถุนายน 2561

ปี 2549 ปีนั้น ระบบเอนทรานซ์ ซึ่งใช้คัดเลือกเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมานานนับ 40 ปี

โดย...มะกะโรนี 

ปี 2549 ปีนั้น ระบบเอนทรานซ์ ซึ่งใช้คัดเลือกเด็กเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมานานนับ 40 ปี ถูกมองว่าเป็นระบบที่สุมความเครียดให้เด็ก เพราะเปิดโอกาสให้สอบเพียงครั้งเดียว พร้อมกันทั่วประเทศ แต่ระบบนี้ทำให้เด็กจำนวนมากไม่เข้าชั้นเรียนปกติ และหันไปสอบเทียบให้ได้วุฒิ ม.6 กันตั้งแต่เริ่มเรียน ม.4 พร้อมๆ กับกวดวิชาเพื่อแข่งขันกันเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

เด็กมัธยมยุคนั้น ต่างตั้งจุดหมายของชีวิตไว้กับคณะฮิตของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ใครที่เคยผ่านระบบเอนทรานซ์มาแล้ว ย่อมจำได้ถึงบรรยากาศของฤดูสอบ บรรยากาศสนามสอบ หากพลาดสอบไม่ติดที่ไหนเลย ก็ต้องรอสอบปีหน้า

ระบบแอดมิชชั่น จึงถูกคิดขึ้นโดยมุ่งหวังว่า จะเป็นระบบที่แก้ปัญหานักเรียนไม่เรียนให้ครบขั้นและแน่นอนที่สุด คือช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการสอบแข่งขันไม่ให้ตึงเครียดจนเกินไป

เด็กยุคแอดมิชชั่นรุ่นบุกเบิก จึงต้องตั้งใจเรียนในห้องเรียน เพราะจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยต้องมีคะแนนสะสมจาก 6 ภาคเรียน 30% และคะแนนสัดส่วนการสอบตามที่แต่ละคณะของมหาวิทยาลัยต่างๆ กำหนดไว้

แต่แล้ว แม้ความตั้งใจของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่จะควานหาแนวคิดเพื่อคลอดระบบที่ยุติธรรมให้นักเรียนเพียงไร ผลลัพธ์ก็กลับไม่เป็นดังหวัง

นักเรียนยุคแอดมิชชั่น ทราบดีว่า นอกจากจะทิ้งห้องเรียนมัธยมปลายไปไม่ได้ แต่ก็ทิ้งการกวดวิชาไม่ได้เช่นกัน ผลลัพธ์ก็คือ จากระบบเดิมที่ต้องเหนื่อยและตึงเครียดเพียงปลายปีหรือใกล้ฤดูสอบ กลับต้องเคี่ยวเข็ญตัวเองทุกช่วงการสอบตลอดทั้งปี

นอกจากนั้น ระบบนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาบางคณะวิชาได้เด็กไม่ตรงตามที่ต้องการ เข้าไปเรียนได้ แต่บางรายวิชาผลการเรียนอ่อนมากต้องสอบซ่อม หรือเรียนไม่ได้ จำนวนไม่น้อยที่ต้องลาออก สอบใหม่

บางคณะวิชาของบางมหาวิทยาลัยที่เริ่มรับเรื่องนี้ไม่ได้ ก็หันไปแก้ปัญหาโดยกลับไปรับตรงมากขึ้นหรือรับตรงทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดการเดินสายวิ่งรอกสอบตรง ซึ่งทำให้เด็กรวยได้เปรียบเพราะมีทุนทรัพย์เดินทางไปสอบได้ทั่วประเทศ

ทปอ.จึงพยายามอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหารับตรง ด้วยระบบ “รับตรง ร่วมกัน” ให้สอบวิชาสามัญ 7 วิชา ก่อนเพิ่มเป็น 9 วิชา เรียกว่า ระบบ “เคลียริ่งเฮาส์” เพื่อยืนยันสิทธิ สำหรับเด็กที่สอบติดรับตรง จะตัดสิทธิออกจากการคัดเลือกในระบบแอดมิชชั่น เพื่อไม่ให้กั๊กที่เรียนของเด็กคนอื่นๆ แต่ระบบนี้ ไม่ได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ยังยืนยันที่จะรับตรง

ความพยายามรอบใหม่ คือ ระบบทีแคส หรือระบบการรับนิสิต นักศึกษาเข้าเรียนด้วยวิธีต่างๆ มาไว้รวมกัน และขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมไม่ให้เปิดรับตรงเอง ระบบนี้แบ่งการรับออกเป็น 5 รอบ

แต่ระบบนี้ก็ถูกร้องเรียนว่า สร้างปัญหาเรื่องเด็กเก่งกั๊กที่เรียนคนอื่น เด็กที่สอบในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) มีโอกาสได้เลือก 7 คณะ แต่เด็กที่ไม่ได้สอบในกลุ่มนี้เลือกได้ 4 คณะ ทำให้เกิดประเด็นเด็กเก่งมีสิทธิเลือกได้มากกว่า

ปัญหามีก็แก้กันไป และคงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรหากยังมอบความยุติธรรมให้เด็กได้ แต่ก็แปลกที่ทุกครั้งที่เกิดปัญหาการสอบเข้าอุดมศึกษา การสร้างความเข้าใจก็ยากเย็นเสียเหลือเกิน หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงน่าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารเป็นอย่างมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท