
ตื่นเถิดลูก-หลานไทย
ใครมีลูกมีหลาน เห็นทีต้องลองส่งไปประเทศจีน โดยอีกไม่นานจีนจะกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครมีลูกมีหลาน เห็นทีต้องลองส่งไปประเทศจีน โดยอีกไม่นานจีนจะกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก
จีนกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า สังคมนิยมใหม่ที่ทันสมัย เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบบจีน
ใน 30 ปีข้างหน้า จีนวางแผนทะยานเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่มีคนชั้นกลาง 60% ของประเทศ และมีกำลังซื้อ ภายใต้แผนปฏิบัติที่ชัดเจน
และผู้ที่จะต้องเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงก็คือ คนรุ่นหนุ่มสาว ลงไปถึงนักเรียนระดับมัธยมปลาย จนถึงระดับมัธยมต้นของเรานี่เอง
เด็กนักเรียน เด็กมหาวิทยาลัย อนาคตของพวกเรา จึงควรมีโอกาสไปประเทศจีน ไปดูวิถีชีวิต การต่อสู้ของนักเรียน นักศึกษาจีน
เพราะนักเรียน นักศึกษาจีน กำลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดยังไม่นับระบบการศึกษาของจีน ที่ไต่ขึ้นสู่ระดับโลก
เมื่อเร็วๆ นี้ นิตยสาร The Times ของประเทศอังกฤษประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกประจำปี 2018
ปรากฏว่ามหาวิทยาลัย 20 ลำดับแรก ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยจากสหรัฐ จำนวน 13 แห่ง สหราชอาณาจักร 4 แห่ง ในเอเชียมีเพียงจีนติดไป 2 แห่ง ญี่ปุ่นอีก 1 แห่ง
มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกยังคงอยู่ที่สหรัฐ เริ่มจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ครองแชมป์อันดับแรก ตามมาด้วยสถาบันเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology) และมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University)
มหาวิทยาลัยจากสหราชอาณาจักรติดอันดับ 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University) มหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน (University College London) และวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน (Imperial College London)
ส่วนมหาวิทยาลัยของจีน ที่ติดอันดับคือ มหาวิทยาลัยชิงหวาและ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ติดอันดับที่ 14 และ 17
ขณะที่มหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นที่ติดอันดับคือ มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo)
ย้อนกลับมาดูบ้านเรา ไม่มีมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับระดับโลกเช่นนี้
ยิ่งถ้าใครรู้ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจีน จะยิ่งเห็นความแตกต่างในเชิงการแข่งขัน คัดกรองคุณภาพ
นักเรียนระดับมัธยมปลายจีนจบมาปีละ 8-9 ล้านคน และต้องการเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ อย่างมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ที่รับนักเรียนได้แค่ 3-4 พันคน
เป็นสัดส่วนเท่าใดก็นึกเอาเอง โดยที่สำคัญลองคิดดูสิว่า ระบบแบบนี้จะคัดเฉพาะหัวกะทิเข้ามาได้ขนาดไหน
นอกจากนั้น ใครเคยไปเห็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ก็จะรู้ว่า แตกต่างจากเมืองไทยมากโข
อย่างถ้าถึงเวลาเรียน นักศึกษาแดนมังกรจะกรูเข้าห้อง จับจองที่นั่งที่ฟังอาจารย์ได้ดีสุด เรียกว่าแข่งกันตั้งแต่เข้าจนถึงจบ
ฉะนั้นระบบการศึกษาไทย นักเรียน นักศึกษาไทยเราต้องตื่น
ไม่เช่นนั้น รับรองจะเกิดการทิ้งห่างจนมองไม่เห็นแม้ละอองฝุ่น







