
สภาหอฯชงเก็บภาษีหุ้นแก้บาท
โพสต์ทูเดย์
— สภาหอการค้าจี้ ธปท.ใช้ยาแรงสกัดบาทแข็ง เสนอเก็บภาษีเงินเข้าออกตลาดหุ้น วอนรัฐอุ้มเอสเอ็มอีดอกเบี้ยไม่ถึง 1%นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มาตรการที่รัฐออกมาดูแลค่าเงินบาทแข็งยังไม่แรงพอ จึงน่าจะเก็บภาษีกับกลุ่มทุนต่างประเทศที่นำเงินเข้าและออกจากตลาดทุนแทน เพราะมีการนำเงินเข้ามาเก็งกำไร ทำให้เงินบาทแข็งค่าเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะช่วยชะลอการไหลเข้าออกของเงินเหรียญสหรัฐได้
ทั้งนี้ แม้วิธีนี้จะกระทบกับตลาดหุ้นไทยบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นเสียหายมากนัก และไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงค่าเงิน รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องนำเงินเข้าไปอุ้มอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
รองเลขาธิการสภาหอการค้าฯ กล่าวว่า การคิดอัตราภาษีนั้นอาจเก็บเป็นขั้นบันได โดยเริ่มเก็บที่ 0.5% ตามปริมาณเงินที่เข้าตลาดหุ้นในอัตราที่เหมาะสม ส่วนจะเก็บเท่าใดนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คงต้องพิจารณาอีกครั้ง
นายพรศิลป์ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็ก หรือเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบมากซึ่งบางรายหากปล่อยไว้12 เดือน อาจต้องปิดกิจการลง จึงต้องการให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เบื้องต้นอาจตั้งกองทุนช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายคล้ายกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว คิดดอกเบี้ยถูกระยะยาวในอัตราที่อาจต่ำกว่า 1%
สำหรับอุตสาห กรรมที่ต้องให้ความช่วยเหลือด่วน อาทิ กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหารที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศเกือบทั้งหมด ผู้ผลิตกลุ่มนี้จึงต้องการการเยียวยาอย่างเหมาะสมและเร่งด่วน เพราะถูกปัจจัยลบหลายด้านไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงสถานการณ์ด้านราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ในระดับสูง
บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า เงินบาทในประเทศทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 13 ปีครั้งใหม่ใกล้ 29.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่สกุลเงินเอเชียอื่นๆ อ่อนค่าลง ส่วนแนวโน้มสัปดาห์นี้คาดว่าอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 29.7030 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ด้านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เครือธนาคารกสิกรไทยคาดการณ์ว่ากนง.อาจจะมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75%







