
จีน-สหรัฐรอดูยกต่อไป
อย่างกับละครตบจูบของเมืองไทย เมื่อสำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสหรัฐและจีนประกาศแถลงการณ์ร่วมจะไม่ทำสงครามการค้าต่อกัน
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
อย่างกับละครตบจูบของเมืองไทย เมื่อสำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสหรัฐและจีนประกาศแถลงการณ์ร่วมจะไม่ทำสงครามการค้าต่อกัน
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า คณะผู้แทนฝ่ายสหรัฐและจีนได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือประเด็นเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกันในวันพฤหัสฯ และวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ตามคำสั่งมอบหมายของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งจีน และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ
ในการประชุมทั้งสองฝ่ายได้ตกลงจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดการขาดดุลการค้าสหรัฐจากการนำเข้าสินค้าจากจีน
คงจำกันได้ว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐประกาศก้องโลกจะเล่นงานจีน ในฐานะที่เอาเปรียบทางการค้า ขณะที่จีนก็ประกาศพร้อมจะตอบโต้สหรัฐเช่นกัน
ทั้งสองฝ่ายได้ฉายหนังตัวอย่างเป็นสารพัดสินค้าที่จะโดนเก็บภาษี จะโดนตอบโต้ เล่นเอาบรรดาเอกชนที่เกี่ยวข้องกุมขมับ หาทางออกไม่เจอ
แต่สุดท้ายก็หันมาลงเอยกันด้วยดี ด้วยคณะเจรจาฝ่ายจีนนำโดยรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ส่วนคณะผู้แทนสหรัฐ ได้แก่ สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีว่าการคลัง วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนการค้า โรเบิร์ต ไลท์ธิเซอร์
ข้อตกลงที่ออกมา จีนจะเพิ่มการสั่งซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐอย่างสำคัญ เพื่อตอบสนองความต้องการบริโภคของประชาชนจีน และเร่งยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจจีนที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการจ้างงานในสหรัฐ
นอกจากนั้นยังจะขยายการส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรและพลังงานของสหรัฐ โดยฝ่ายสหรัฐจะส่งคณะผู้แทนไปจีนเพื่อปรึกษาประเด็นนี้อีก
จีน-สหรัฐยังพูดคุยเกี่ยวกับการขยายการค้าด้านสินค้าบริโภคและบริการ และได้บรรลุฉันทามติเรื่องการสร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยเพื่อขยายการค้าในภาคดังกล่าว
แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า จะให้ความสำคัญแก่การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และตกลงส่งเสริมความร่วมมือในด้านนี้ ฝ่ายจีนจะผลักดันการทบทวนกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกฎหมายสิทธิบัตร
ในแง่การลงทุนจะสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจเพื่อการแข่งขันที่เป็นธรรมเสมอภาค
ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าอย่างไรเสียทั้งจีนและสหรัฐจำเป็นต้องพึ่งพากันและกัน หากเกิดปัญหาก็รังแต่จะสร้างความเจ็บปวดให้กับทั้งสองฝ่าย ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
แต่ทว่าย่างก้าวจากนี้ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการที่สองฝ่ายยอมถอย ไม่ใช่หมายความว่าทุกอย่างจะยุติโดยสิ้นเชิง
สหรัฐยังคงต้องหาทางเล่นงานจีน เนื่องจากพญามังกรกำลังจะติดปีก กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก ในเวลาอันไม่ไกลจากนี้
ขณะที่จีนก็ต้องหาทางหลีกเลี่ยงไม่ปะทะกับสหรัฐโดยตรง ในช่วงที่ยังไม่มีกำลัง หรือความพร้อมยังมีไม่มากพอ
นิยายของ 2 ยักษ์ก็ยังคงอยู่ การคุมเชิงยังคงไม่ลดละ
จะตบจูบเรื่องอะไรต่อไป คงต้องตั้งตารอแล้วกัน







