posttoday
มองคนละเรื่องเดินคนละทาง กับการปฏิรูปประกันสังคม

มองคนละเรื่องเดินคนละทาง กับการปฏิรูปประกันสังคม

15 ตุลาคม 2553

โดย....วิทยา ปะระมะ

โดย....วิทยา ปะระมะ

มองคนละเรื่องเดินคนละทาง กับการปฏิรูปประกันสังคม ภาพประกอบข่าว

วันที่  15 ต.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้จัดงาน “ประกันสังคมยุคใหม่เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง” ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็คเมืองทองธานีเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการก่อตั้งสปส.ขึ้น

หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงคือการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะแม้ว่าปัจจุบันผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลต่างๆมากมายทั้งค่ารักษากรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตายและคลอดบุตร ตลอดจนเงินทดแทนการว่างงานและบำนาญชราภาพ

อย่างไรก็ตามในมุมมองของผู้ประกันตนที่ต้องไปใช้สิทธิรักษาแล้วย่อมทราบดีว่าระดับคุณภาพบริการของโรงพยาบาลที่มีต่อผู้ถือบัตรประกันสังคมเป็นเช่นใด

อีกทั้งยังมีประเด็นในเรื่องความโปร่งใสในการบริหารกองทุนประกันสังคมซึ่งปัจจุบันมีเงินกองอยู่ร่วมๆ 7 แสนล้านบาทแต่คนมีอำนาจในการจัดการบริหารมีอยู่ไม่กี่คน การขาดการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลทำให้หลายๆคนมองว่าสปส.เป็นแดนสนทยาและแหล่งหากินของบรรดาเสือหิวเสือโหยการเมืองและข้าราชการประจำ

อย่างไรก็ตามแม้จะพูดถึงการปฏิรูปแต่คำว่าปฏิรูปสปส.ในมโนภาพของแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนแตกต่างกันออกไป

สำหรับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.กระทรวงแรงงานแล้ว การปฏิรูปสปส.ในความหมายของเขาน่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการขยายสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนมากกว่า

โดยในงานนี้เขาประกาศแนวทางแก้ไขปัญหาของสปส.ว่ามีหลายเรื่องที่จะต้องทำทันทีนั่นก็คือการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน 6 ข้อได้แก่ 1.เพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 1.2 หมื่นบาท เป็น 1.3 หมื่นบาท 2.เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 350 บาท/เดือนเป็น 400 บาท/เดือน

3.เพิ่มค่าทันตกรรม จาก 250 บาทเป็น 300 บาท โดยใช้สิทธิได้ไม่เกิน 600 บาท/ปี 4.ใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ประกันตนที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีอายุ 53 ปีขึ้นไป 5.รักษาโรคจิตได้ต่อเนื่องและ 6.เพิ่มค่ารักษาผู้ทุพพลภาพจาก 2,000 บาทเป็นเข้าโรงพยาบาลรัฐฟรี ส่วนโรงพยาบาลเอกชนคนไข้ในจ่าย 4,000 บาท

“เรื่องนี้จะเร่งประกาศใช้ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2553 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกันตน"นายเฉลิมชัยกล่าว

นอกจากนี้ ยังจัดโครงการยกประกันสังคมไปไว้ในที่ทำงาน โดยส่งเจ้าหน้าที่ไปให้บริการให้คำปรึกษาและขอรับสิทธิตามสถานประกอบการต่างๆตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงเดือน เม.ย. 2554

ขณะเดียวกันยังพูดถึงการปรับปรุงการบริการทางการแพทย์ เช่น ปรับระบบให้ผู้ประกันตนสามารถใช้บริการที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ การแยกค่าใช้จ่ายของโรคร้ายแรงออกมาจากค่าเหมาจ่ายรายหัว การยกเลิกการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินที่คาดว่าจะสามารถใช้ได้ภายในเดือนเม.ย. 2554

นี่คือการปฏิรูปสปส.ในความหมายของรัญมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนปัจจุบัน

“หากดำเนินการตามนี้ได้สำเร็จ ประกันสังคมจะพลิกโฉมเป็นองค์กรที่ผู้ใช้แรงงานให้ความไว้วางใจ ตอบสนองให้กับสมาชิกที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมซึ่งจะส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวม”นายเฉลิมชัยกล่าว

อย่างไรก็ตามในแง่ของการปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นองค์กรอิสระ นายเฉลิมชัยยังแบ่งรับแบ่งสู้โดยกล่าวว่าด้วยและพร้อมที่จะผลักดันให้เป็นองค์กรอิสระแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานการบริหารจัดการได้ด้วยตนเองเพราะกฎหมายประกันสังคมระบุว่าหากสปส.ไม่สามารถบริหารได้ด้วยตนเอง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องเข้ามาดูแล

แต่หากแยกออกไปเป็นองค์กรอิสระเลย หากบริการล้มเหลวขึ้นมาใครจะเข้ามารับผิดชอบ?ดังนั้นก่อนจะแยกตัวออกไปก็ต้องสามารถบริหารจัดการด้วยตนเองได้ก่อน

ขณะที่คำว่าปฏิรูปในความหมายขององค์กรแรงงานแล้วกลับกลายเป็นการให้น้ำหนักไปที่ความโปร่งใสในการบริหารจัดการมากกว่า

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ชี้ให้เห็นว่าการบริหารงานของสปส.ยังประสบปัญหามากมายและมีการตั้งคำถามจากผู้ประกันตนมาโดยตลอดถึงความโปร่งใสในการใช้เงินของผู้บริหารและคณะกรรมการประกันสังคม

แน่นอนว่าด้วยเงินกองทุนกว่า 7 แสนล้านบาท ผลประโยชน์ย่อมหอมหวนสำหรับเหลือบไรที่จ้องทึ้งเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานลูกจ้างทั่วประเทศ วิไลวรรณชี้ว่าคณะกรรมการสปส.มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายการเมืองดังนั้นการใช้งบของสปส.ในช่วงที่ผ่านมาจึงเต็มไปด้วยความซับซ้อน

เช่นปี 2550 มีการตั้งงบประมาณ 2,800 ล้านบาทจัดจ้างซื้อระบบคอมพิวเตอร์ให้กระทรวงแรงงานทั้ง 5 กรม ทั้งที่ความจริงแล้วควรเป็นงบประมาณที่รัฐบาลต้องจ่ายไม่ใช่เอาเงินสะสมของลูกจ้างมาจ่าย เรื่องนี้แม้แต่ปปช.ยังชี้มูลว่ามีความผิด

“ปี 2551 ใช้งบดูงานทั้งในส่วนของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน 118 ล้านบาท ถามว่ามันจำเป็นมากน้อยแค่ไหน หรือปี 2552 ใช้งบประชาสัมพันธ์กว่า 1,000 ล้านบาท ใช้เงิน 195 ล้านบาททำพวกเสื้อ ปฏิทิน วิทยุ ล่าสุดยังเตรียมนำเงิน 200 ล้านบาทไปทำหนังสือประวัติของกรรมการอีก”วิไลวรรณกล่าว

ล่าสุด คสรท.ถึงขั้นยกร่างพ.ร.บ.ประกันสังคม(ฉบับแรงงาน) ขึ้นมาและเตรียมล่ารายชื่อแรงงาน 2 หมื่นคนเพื่อผลักดันให้เข้าสู่การพิจารณาของสภาประกบกับร่างฉบับของกระทรวงแรงงาน โดยสาระสำคัญหลักๆอยู่ที่การกำหนดโครงสร้างของสปส.ใหม่ให้เป็นอิสระ มีคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง เพิ่มคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการลงทุนขึ้นมาเพื่อเป็นหลักประกันการตรวจ สอบการบริหารกองทุนประกันสังคมให้การหาผลประโยชน์จากการลงทุนเป็นไปด้วยความโปร่งใส

“เงินกองทุนอยู่ถึง 7 แสนล้านบาทแต่อำนาจการตัดสินใจกลับอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียวโดยเฉพาะนักการเมืองซึ่งในอดีตมีการแสวงหาผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้องดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสปส.ใหม่”น.ส.วิไลวรรณกล่าว

ส่วนในมุมมองของนักวิชาการอย่างนายแล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเน้นไปที่ปรัชญาของความเป็นประกันสังคมให้เป็นหลักประกันของสังคมจริงๆ เพราะในทางปฏิบัติ สปส.ยังไม่ได้ให้หลักประกันความคุ้มครองคนในสังคมแต่เรียกว่าให้หลักประกันลูกจ้างมากกว่า

“ขณะนี้เรามีกำลังวัยแรงงานกว่า 38 ล้านคนแต่ยังมีกลุ่มเด็กและคนชราที่ไม่อยู่ในข่ายการคุ้มครองอีกกว่า 30 ล้านคน นอกจากนี้ในจำนวนแรงงาน 38 ล้านคนมีคนที่เข้าระบบประกันสังคมเพียง 8-9 ล้านคนเท่านั้น เป็นเรื่องน่าตกใจมากที่ยังมีแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับการคุ้มครองอีกกว่า 24 ล้านคน ดังนั้นอย่ามาบอกว่าจะเป็นรัฐสวัสดิการหรือจะคุ้มครองคนทั้งสังคม เอาแค่ดึงแรงงานนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในประกันสังคมให้ได้ก่อนก็พอ”นายแลกล่าว

สิ่งที่ประกันสังคมต้องใส่ใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือแรงงานต่างด้าวอีกนับล้านคนที่ทำงานในไทย คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถูกกดค่าจ้าง ไม่มีสิทธิเรียกร้องใดๆทั้งที่มาช่วยสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ สร้าง GDP ให้ประเทศแต่ไทยไม่ได้ดูแลคนกลุ่มนี้อย่างเท่าเทียมกับแรงงานไทย

อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมองในภาพอนาคตด้วยว่าเพื่อให้ประกันสังคมเป็นหลักประกันศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริงควรขยายขอบเขตความคุ้มครองเรื่องต่างๆเพิ่มทั้งเรื่องเสื้อผ้า อาหารและที่อยู่อาศัยนอกเหนือจากปัจจุบันที่มีแค่เรื่องการรักษาพยาบาลแต่เพียงอย่างเดียวด้วย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง