posttoday
สาวบุรีรัมย์อุ้มลูกร้องทนายช่วยคดีวิ่งราวทรัพย์

สาวบุรีรัมย์อุ้มลูกร้องทนายช่วยคดีวิ่งราวทรัพย์

15 ตุลาคม 2553

สาวบุรีรัมย์ อุ้มลูกสาววัย 6 เดือน ร้องขอความช่วยเหลือสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ยากจนไม่มีเงินจ้างทนายความ หลังก่อเหตุฉกสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท

สาวบุรีรัมย์ อุ้มลูกสาววัย 6 เดือน ร้องขอความช่วยเหลือสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ยากจนไม่มีเงินจ้างทนายความ หลังก่อเหตุฉกสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท

 

สาวบุรีรัมย์อุ้มลูกร้องทนายช่วยคดีวิ่งราวทรัพย์

นางกัลยา แย้มวาที  ชาวบ้านต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ อุ้มลูกสาววัยเพียง 6 เดือน เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากนายพลกฤต เนาว์ประโคน ประธานสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ให้ช่วยเหลือ หลังได้ไปก่อเหตุขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น จากร้านทองแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ แล้วนำไปขายเพื่อนำเงินมาซื้อนมให้ลูก จนถูกตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ จับกุมเมื่อวันที่ 21 ส.ค.53 ข้อหาวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น และส่งฟ้องศาลจังหวัดบุรีรัมย์  ตามคดีหมายเลขดำที่ 3585/2553 เมื่อวันที่ 15 ก.ย.53 ในฐานความผิด วิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งได้ให้การรับสารภาพ โดยศาลได้มีคำสั่งให้สืบเสาะ และนัดตัดสินคดี ในวันที่ 21 ต.ค.53 เวลา 09.00 น.
 
นางกัลยา กล่าวว่า สาเหตุที่กระทำความผิดเพราะต้องการนำเงินไปซื้อนมให้ลูกสาว ซึ่งมีอายุเพียง 6 เดือน ที่เกิดจากนายอุดร สอนภูงา เพราะนายอุดร ไม่สนใจที่จะเลี้ยงดูครอบครัว จนไปก่อเหตุเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ได้เข้าไปในร้านทองแห่งหนึ่งและขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น ก่อนจะนำไปขายให้กับร้านทองใกล้กัน แล้วนำเงินมาซื้อนมให้ลูก จนถูกตำรวจติดตามจับกุม และส่งฟ้องศาล ได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 ต.ค.นี้
 
นางกัลยา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ทำไปเพราะความโกรธแฟนที่ไม่สนใจดูแลครอบครัว ทั้งที่ไม่มีเงินจะซื้อนมให้ลูกกิน จึงตัดสินใจก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบ รู้สึกเสียใจกับการกระทำครั้งนั้น ต้องการให้ทางสภาทนายความจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ช่วยเหลือในเรื่องคดี เพราะถ้าหากติดคุกแล้วไม่มีใครเลี้ยงดูลูกสาว จึงร้องขอความช่วยเหลือดังกล่าว และขอความเมตตาปราณีจากศาลในการลงโทษครั้งนี้ด้วย
    
ทางด้านนายพลกฤต   กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือ ในฐานะประธานสภาทนายความจังหวัด จึงขอศาลใช้ตำแหน่งทนายความเป็นหลักประกันตัวนางกัลยา ในระหว่างที่ศาลมีคำสั่งสืบเสาะ เพื่อรอการตัดสินของศาล ในวันที่ 21 ต.ค.53 จึงขอให้ศาลท่าเมตตาปราณีลงโทษในสถานเบา เพราะนางกัลยา มีฐานะยากจนและต้องเลี้ยงดูบุตรสาวที่มีอายุเพียง 6 เดือน หากนางกัลยา ต้องติดคุกถูกคุมขังในเรือนในเรือนจำก็ไม่รู้ว่าใครจะดูแลลูก
 
ทั้งนี้ ในคดีฐานความผิด “วิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่น” ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท