
เอกชนกาญจน์จี้รัฐแก้บาทแข็งหลังส่งออกเริ่มเดี้ยง
ประธานหอการค้าเมืองกาญจน์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปัญหาบาทแข็ง หลังการส่งออกเริ่มเดี้ยง
ประธานหอการค้าเมืองกาญจน์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปัญหาบาทแข็ง หลังการส่งออกเริ่มเดี้ยง
นายธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออก ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีมีโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออกจำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำตาลทรายที่ส่งออกถึงปีละ 45 ล้านตัน ซึ่งเป็นพืชเกษตรตัวหนึ่งที่ทำรายได้เข้าสู่จังหวัด โดยทุกๆ 1 บาท ที่แข็งค่าขึ้นจะมีผลทำให้ราคาอ้อยปรับลดลงไป ประมาณ 20 บาทต่อตัน ดังนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร สำหรับพืชผลทางการเกษตรตัวอื่นๆ ก็จะมีผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ซึ่งก็จะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนในที่สุด
ขณะที่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ถ้าหากเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นไปเรื่อยๆ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็คงจะหันไปเที่ยวประเทศอื่นที่ค่าเงินไม่แข็งค่านัก และมีศักยภาพใกล้เคียงกับการท่องเที่ยวในบ้านเรา ฉะนั้นในปี 2554 ก็จะทำให้การวางแผนเรื่องการท่องเที่ยวลำบาก ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศ ดังนั้นก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเช่นกัน
อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรที่จะเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพราะการแข็งค่าของค่าเงินบาทไม่ได้เป็นไปตามกลไกของตลาดอย่างแท้จริง ดังนั้นรัฐบาลควรเข้ามาดูแลไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
สำหรับแนวคิดที่รัฐบาลจะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 250 บาททั่วประเทศ เป็นแนวคิดที่ดีที่พี่น้องผู้ใช้แรงงานจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นให้เหมาะสมกับค่าครองชีพปัจจุบัน และเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาหลายปี แต่ว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อมาโดยตลอด
ทั้งนี้ รัฐบาลจึงควรจะหาตัวเลขที่เหมาะสม โดยอยู่บนพื้นฐานที่ไม่กระทบต่อต้นทุนในการผลิตมากนัก และไม่กระทบทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ จนเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยภาพรวมได้







