posttoday
ยาแรงแก้บาท

ยาแรงแก้บาท

15 ตุลาคม 2553

เอกชนโวยที่ออกมาแค่ยาดมบาทแข็งต่อไม่ช่วยเอสเอ็มอี

เอกชนโวยที่ออกมาแค่ยาดมบาทแข็งต่อไม่ช่วยเอสเอ็มอี

ส.อ.ท.เตรียมถก 29 สมาคมผู้ส่งออก ขอยาแรงแก้เงินบาทแข็ง อัดที่ออกมาแค่ยาดม

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 ต.ค. สมาชิก ส.อ.ท.จะหารือร่วมกับ 29 สมาคมผู้ส่งออกเพื่อหามาตรการแก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่าเสนอรัฐบาลเพิ่มเติม

ยาแรงแก้บาท

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญตัวแทนจาก ส.อ.ท. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเข้าพบ เพื่อชี้แจงรายละเอียดของมาตรการแก้ไขเงินบาทแข็งค่าที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่ภายหลัง การหารือ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งมี นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน เป็นประธานในการพบปะเพื่อชี้แจงรายละเอียดของมาตรการลดผลกระทบการแข็งค่าของเงินบาท และการส่งเสริมการไหลออกของเงินทุน ที่ประกาศออกไปก่อนหน้านี้ กับตัวแทนผู้ประกอบการด้านการส่งออก ว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่ามาตรการรัฐบาลออกมาเอื้อประโยชน์กับผู้ประกอบการรายใหญ่มากกว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

“มาตรการหลายข้อที่ออกมายังมีปัญหาติดขัดด้านเทคนิคยังไม่สามารถนำมาปฎิบัติจริงได้  ทำให้ไม่มีผลในการช่วยลดผลกระทบ เช่น การบันทึกบัญชีการชำระค่าระวางเรือเป็นเงินตราต่างประเทศระหว่างผู้ส่งออกกับกรมสรรพากรยังไม่ตรงกัน” นายธนิต กล่าว

นายธนิต กล่าวว่า นอกจากนี้ มาตรการภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% ของดอกเบี้ยและกำไรพันธบัตรที่ถือโดยนักลงทุน ทุนต่างประเทศถึงจะมีผลให้เงินทุนไหลเข้าบ้าง แต่ยังไม่มากพอที่จะชะลอเงินทุนไหลเข้าในระยะต่อไปได้ เพราะดอกเบี้ย ณ ที่จ่าย 15% ถือว่าเป็นเงินจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับกำไรที่จะได้รับ และถ้าดูค่าเงินบาทขณะนี้ยังแข็งค่าสวนทางกับมาตรการของภาครัฐที่ออกมา เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถชะลอเงินบาทให้อ่อนได้สักระยะเท่านั้น เพราะไม่ใช่ยาแรง มันเป็นแค่ยาดม ยาหอม จึงเชื่อว่าเงินบาทจะแข็งค่ามากขึ้นกว่านี้

“ถึงมาตรการรอบนี้จะเป็นแค่ยาดม ยาหอม แต่อย่างน้อยครั้งนี้เราก็ได้เห็นความพยามที่จะแก้ปัญหาของทางการ”นายธนิตกล่าว

ด้านนายไพรัช บูรพชัยศรี กรรมการเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า5 มาตรการที่ออกมาเอสเอ็มอีไม่ได้ประโยชน์อะไร เงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามากดดันให้เงินบาทแข็งตอนนี้เป็นเงินร้อน เป็นเงินเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าเงินลงทุนระยะยาว ฉะนั้น ธปท.ควรบริหารค่าเงินบาทให้ไม่ผันผวนและแข็งค่าจนเกินไป เมื่อเทียบเคียงกับประเทศคู่ค้าคู่แข่ง เราไม่สนใจว่าเงินบาทจะแข็งค่าไปทางไหน หรือที่ระดับไหน แต่ขอให้เงินบาทเคลื่อนไหวไปกับประเทศที่เราค้าขายด้วย เราจะได้แข่งขันได้ แต่ถ้าเงินบาทเราแข็ง ประเทศอื่นในภูมิภาคไม่ได้แข็งค่าด้วย เราแข่งไม่ได้ ตอนนี้เรายังดียังมีคำสั่งซื้อเข้ามา พอจะกัดฟันทน แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้แค่ไหน ถ้าภาครัฐไม่มีมาตรการอะไรออกมาช่วยเอสเอ็มอีโดยตรง ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเอสเอ็มอีตายแน่นอน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า มาตรการของรัฐบาลจะไม่ส่งผลทำให้เกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เหมือนในปี 2540 อีกครั้ง เพราะมาตรการของรัฐบาลขณะนี้ ไม่ได้ฝืนตลาด เหมือนกับครั้งต้มยำกุ้ง แต่เป็นมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

 นอกจากนี้ นยอภสทธนายอภิสิทธิ์ยังกล่าวอีกว่า จะมีการเพิ่มมาตรการขึ้นมาอีก 1 รอบ เพื่อเป็นการเร่งส่งเสริมการลงทุน การนำเข้าเครื่องจักร เพื่อสร้างความต้องการเงินตราจากต่างประเทศ

 อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า มาตรการแทรกแซงค่าเงินบาทนั้น ไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือวิกฤติค่าเงินบาท ในขณะนี้ได้ เพราะหลายประเทศ ที่นำไปใช้ก็ไม่สามารถฟื้นตลาดได้เช่นกัน

โพสต์ทูเดย์ลูกจ้างซัดนายจ้างอ้างค่าเงินแข็งไม่จ่ายโบนัส ขณะที่กรมจัดหางานเชื่อแค่ส่งสัญญาณจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาค่าเงิน อนุกรรมการวิชาการค่าจ้างกลางชี้ขึ้นค่าแรงก้าวกระโดดประเทศโกลาหลกระทบเงินเฟ้อและธุรกิจเอสเอ็มอีแนะค่อยๆทยอยปรับขึ้น

น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงกรณีสภาอุตสาหกรรมภาคกลางให้ข้อมูลว่ามีโรงงานกว่า 8,000 แห่งใน 16 จังหวัดภาคกลางได้รับความเสียหายจากค่าเงินบาทแข็งกว่า 2,000 ล้านบาทและอาจต้องลดกำลังผลิต ลดพนักงานหรือเลิกจ้างนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเลิกจ้างหรือการปรับลดรายได้พนักงานแต่อย่างใดและมองว่าเป็นเพียงการออกมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นข้ออ้างในการไม่ขึ้นค่าจ้างหรือโบนัสแก่พนักงานเท่านั้น

“เป็นปกติของนายจ้างที่ต้องออกมาให้ข้อมูลในลักษณะนี้อยู่แล้วแต่ในความเป็นจริงไม่มีการเลิกจ้างและสภาพการจ้างงานยังเป็นปกติ อย่างอุตสาหกรรมสิ่งทอก็เพิ่งมีออเดอร์เข้ามา”น.ส.วิไลวรรณกล่าว

นายพรมมา ภูมิพันธ์ ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์ล่า กล่าวว่าการแข็งค่าของเงินบาทมีผลต่อธุรกิจส่งออกเสื้อผ้าแน่นอนแต่สถานการณ์จ้างงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอยังเป็นปกติ

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะทำให้การเจรจาเรียกร้องของลูกจ้างในอนาคตทำได้ยากขึ้นเพราะนายจ้างจะยกเหตุผลเรื่องเงินบาทแข็งมาเป็นข้ออ้างในการชะลอการปรับขึ้นเงินเดือนหรือโบนัส และแนวโน้มในขณะนี้คือเมื่อมีลูกจ้างเกษียรอายุหรือลาออกนายจ้างจะไม่รับพนักงานเพิ่มแต่ใช้แรงงานจ้างเหมาช่วง (subcontract) แทนเพื่อลดต้นทุนสวัสดิการและประกันสังคม

นายยงยุทธ เม่นตะเภา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าในส่วนของลูกจ้างอุตสาหกรรมยานยนตร์ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดเพราะบริษัทส่วนใหญ่จะซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพื่อประกันความเสี่ยงไว้อยู่แล้ว

ด้านน.ส.ส่งศรี บุญบา รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่าได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเลิกจ้างขนานใหญ่แต่อย่างใด เชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาค่าเงินมากกว่า อย่างไรก็ตามหากมีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากจริง กรมการจัดหางานก็พร้อมที่จะจัดหางานแก่แรงงานเหล่านี้ไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่นที่ยังขาดแคลนแรงงานอยู่แล้ว

ด้านนายสุนันท์ โพธิ์ทอง ประธานอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรองค่าจ้างกลาง เปิดเผยว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องทำให้เกิดความใกล้เคียงกับอัตราเงินเฟ้อให้มากที่สุด แต่เมื่อดูถึงส่วนต่างระหว่างอัตราค่าจ้างกับอัตราเงินเฟ้อสะสมตลอด 10 ปีที่ผ่านมายอมรับว่าอาจต้องมีการขึ้นค่าจ้างแบบก้าวกระโดด

อย่างไรก็ตามหากใช้วิธีปรับขึ้นในครั้งเดียวอาจเกิดความโกลาหลทั้งประเทศเพราะค่าจ้างเป็นปัจจัยที่มีผลต่อสภาวะเงินในอนาคต รวมทั้งส่งผลต่อความสามารถในการจ่ายของนายจ้างที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้นอาจต้องใช้วิธีการทยอยปรับหลายๆครั้ง ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังต้องหามาตรการลดหย่อนทางภาษี เช่น ภาษีเครื่องจักรออกมาแบ่งเบาภาระของนายจ้างเพื่อให้มีความสามารถในการจ่ายสูงขึ้นด้วย

“เราให้น้ำหนักระหว่างความจำเป็นของลูกจ้างและความสามารถในการจ่ายของนายจ้างเท่าๆกัน แต่หากขึ้นแบบก้าวกระโดดธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคนไทยคงไม่สามารถรับภาระในการจ่ายค่าจ้างมากขนาดนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการค่าจ้างต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย” นายสุนันท์กล่าว

นายสุนันท์เพิ่มเติมว่าคณะกรรมการค่าจ้างกลางจะนำตัวเลขต่างๆที่แต่ละฝ่ายให้ความเห็นไม่ว่าจะเป็น 250 บาทของนายกรัฐมนตรี 421 บาทของคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยหรือของสภาองค์การแรงงานแห่งประเทศไทยที่ขอปรับขึ้น 10 บาทมาพิจารณาทั้งหมดเพื่อหาข้อสรุป รวมทั้งประสานขอข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์และสำนักเศรษฐกิจการคลังมาพิจารณาให้รอบด้านมากยิ่งขึ้นด้วย

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันที่15 ต.ค.นี้ สมาชิกส.อ.ท.จะหารือร่วมกับ 29 สมาคมผู้ส่งออก เช่น สมาคมสิ่งทอ ยางพารา เครื่องหนัง ฯลฯ เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งจะเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการดูแลภาวะค่าเงินบาทไม่ให้เกิดความผันผวน เพื่อส่งสัญญาณจากภาคเอกชนต่อการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 20 ต.ค.นี้ ที่จะมีการพิจารณาทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

ทั้งนี้ ภาวะค่าเงินบาทนั้นเอกชนไม่ได้ต้องการให้อ่อนค่าหาก แต่ขอสะท้อนกับภูมิภาคเท่านั้นซึ่งที่ผ่านมาไทยยังแข็งค่ากว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะคู่แข่งทางการค้า อย่างไรก็ตามค่าเงินบาทที่แข็งค่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นจึงต้องการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลให้ดูแลค่าเงินบาทให้เป็นไปตามกลไกปกติ แต่ขณะนี้ต้องยอมรับว่ามีเงินไหลเข้าออกอย่างรวดเร็วเกรงว่าปัญหาดังกล่าวจะยืดเยื้อซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวได้

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานส.อ.ท.กล่าวว่า เอกชนจะหารือว่าทิศทางดอกเบี้ยควรจะเป็นอย่างไรเพื่อที่จะส่งสัญญาณไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ก่อนหน้านี้ธปท.ระบุว่าไม่มีผลต่อกรณีเงินไหลเข้าแต่ภาคเอกชนเห็นว่ามีผลทางนัยเพราะมีการลงทุนผ่านพันธบัตร อย่างไรก็ตามเบื้องต้นแล้วเอกชนไม่ต้องการเห็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ขณะนี้อยู่ในอัตรา 1.75%

นอกจากนี้ยังจะหารือถึงมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่รัฐบาลออกมาซึ่งเห็นว่าไม่ได้ผลเพราะเป็นยาอ่อนเกินไป และเห็นว่าเป็นเพียงมาตรการทางเลือกไม่ได้ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยล่าสุดอุตสาหกรรมจังหวัดหลายแห่งแจ้งว่าได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าหากยังคงแข็งค่ามากกว่านี้อาจต้องปิดกิจการโดยเฉพาะผู้ประกอบการสิ่งทอที่จ.สิงห์บุรี

นายธำรง ธิติประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมรองเท้า ส.อ.ท. กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่กลับมาแข็งค่าระดับ 29 บาทกว่าต่อเหรียญสหรัฐ บ่งชี้ถึงมาตรการที่รัฐบาลออก

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน