
หนี้นี้คือต้นทุนชีวิต
ผมแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแย้งที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ใช้มาตรการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงิน เริ่มจากกลุ่มข้าราชการและลูกจ้าง
โดย...นีแกน
ผมแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแย้งที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ใช้มาตรการหักเงินเดือนผู้กู้ยืมเงิน เริ่มจากกลุ่มข้าราชการและลูกจ้าง และจะขยายผลไปถึงลูกจ้างเอกชน ผ่านระบบจ่ายตรง
พูดง่ายๆ ก็คือให้ผ่อนหนี้รายเดือนแบบหักจากเงินเดือนนั่นแหละครับ
น่าแปลกใจนะครับ ว่าทำไม กยศ.ถึงได้ปล่อยให้ปัญหาเรื่องผู้กู้ค้างชำระเรื้อรังมานาน ปล่อยเงินกู้แล้ว 4 ล้านราย ครบกำหนดให้ชำระเงินกู้ 2.9 ล้านราย
โดยในจำนวนนี้มีผู้กู้ไม่มาชำระหนี้ถึง 1.3 ล้านราย คิดเป็นยอดหนี้ถึง 1.4 หมื่นล้านบาท หากไม่โยนความผิดให้กลุ่มที่ไม่มีวินัยการเงินเสียทั้งหมด ก็คงมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าตั้งคำถามนะครับ
เริ่มจากการบังคับให้นักศึกษาผู้กู้ยืมต้องเริ่มชำระหนี้คืนภายใน 2 ปี นับตั้งแต่จบการศึกษา เรื่องนี้ในทางปฏิบัติทำได้จริงๆ แบบกดปุ่มนับเวลาถอยหลัง แล้วงานดีๆ ก็มากองตรงหน้าจริงๆ หรือครับ
เรื่องนี้อาจจะมีคนเถียงว่า ถ้าไม่เลือกงานเรื่องมากก็ไม่ตกงาน ก็ไม่รู้ว่าคนที่พูดนั้นพูดโดยยืนอยู่ตรงจุดไหนของตลาดงาน จึงไม่ได้ออกมาดูเลยว่า ยังมีมิติปัญหาที่ทับซ้อนอยู่หลายประเด็น
โปรดอย่าลืมว่า มีสถาบันอุดมศึกษาไม่น้อยที่ไม่ได้พยายามประสิทธิประสาทความรู้ตามที่เด็กสมควรได้รับ เปิดสอนตามหลักคิดว่า จ่ายครบก็จบแน่ มีวุฒิปริญญาตรีไว้แปะฝาบ้านอย่างแน่นอน
การพัฒนาหลักสูตรการสอนให้รองรับกับงานที่เกิดใหม่ ความต้องการของตลาดแรงงาน ยังเป็นโจทย์ที่มหาวิทยาลัยต้องพิจารณา
ปฏิเสธได้หรือครับว่าสถาบันที่มีพฤติกรรมดังกล่าวนั้นไม่มี และสถาบันเหล่านี้นั่นเองที่เห็นเม็ดเงินกู้ยืมเรียนเป็นของหวาน ค่าเทอมก็โอนโดยตรงให้สถาบัน ยากจนข้นแค้นแค่ไหนก็มีเงินที่ กยศ.โอนเข้าบัญชีให้เดือนละ 2,300 บาท ไว้ประทังชีพกระเสือกกระสนมาเรียนได้ ขาดเหลือจากนี้ก็หาเอง
หลายครอบครัวที่กัดฟันส่งลูกเรียนในสถาบันที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ยอมเป็นหนี้สองก้อน คือ หนี้ กยศ. และหนี้สะสมรายเดือน จะหาจากที่ไหนก็แล้วแต่ ใครจะไปรู้ว่าหนี้ทั้งสองก้อนจะเป็นต้นทุนติดลบที่ผลักไสให้ผู้เรียนต้องดิ้นรนกันไป โดยไม่รู้เลยว่าที่สุดแล้วชื่อของสถาบันที่จบนั้นไม่อยู่ในสายตาของนายจ้างนัก
ที่แย่กว่านั้นคือ เหล่านายจ้างเองก็แอบมีแบล็กลิสต์ ไม่รับนักศึกษาบางสถาบันเข้าทำงาน กระทั่งกาปูนแดงหมายหัวว่าเด็กที่จบจากสถาบันนี้ทำงานไม่เป็น
เอาเถอะ มีเด็กมากมายที่ไม่เลือกงาน หนักเอาเบาสู้ แต่งานที่หาได้มักจะหมายถึงมีเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่ต่ำจนแค่ค่าใช้จ่ายประทังชีพก็ยังเดือนชนเดือน นับประสาอะไรกับการเอาไปจ่ายคืนให้กับกองทุน กยศ.
ยังเหลือเด็กที่เรียนจบปริญญาตรีที่นอนฝันหวานถึงเงินเดือนเริ่มต้นทำงานเดือนแรกก็จะมีเงิน 1.5 หมื่นบาท อยู่ในกระเป๋าอีกสักกี่คนหรือครับ เพราะเอาเข้าจริง เฉพาะข้าราชการเท่านั้นที่กฎหมายบังคับให้
เริ่มจ่ายเงินเดือนในตัวเลขที่ว่า
ไปดูเถอะครับ ว่าบริษัทเอกชนในต่างจังหวัดนั้นจ้างเด็กจบใหม่เดือนละเท่าไร ยังไม่นับเรื่องจบสายสังคมที่หางานยาก
ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอีกหลายอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอมาทำงานแทน รวมถึงธุรกิจที่ต้องปิดตัวไปเพราะโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ผลิตสินค้าที่ไม่เหลือตลาดรองรับ
เมื่อถึงวันนั้น เราจะฝากความหวังในการล้างหนี้ไว้กับใครละครับ







