
แดงขู่เกิดสงครามประชาชนอีก
แกนนำกลุ่ม 24 มิถนาฯ ระบุ สถานการณ์การเมืองใกล้เกิดสงครามประชาชน หากรัฐไม่หยุดปิดสื่อ-ไล่ล่าเสื้อแดง ชี้เหตุระเบิดสะท้อนความคับแค้นของคนเสื้อแดง
แกนนำกลุ่ม 24 มิถนาฯ ระบุ สถานการณ์การเมืองใกล้เกิดสงครามประชาชน หากรัฐไม่หยุดปิดสื่อ-ไล่ล่าเสื้อแดง ชี้เหตุระเบิดสะท้อนความคับแค้นของคนเสื้อแดง
เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นิตยสารเรด พาวเวอร์ร่วมกับศูนย์ข่าวพีเพิลชาแนลจัดงานเสวนาเรื่อง “14 ตุลา สงครามประชาชน” ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดย นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองกำลังเข้าใกล้กับเหตุการณ์ 14 ต.ค. ซึ่งจะเกิดสงครามประชาชนได้ทุกเมื่อ เพราะรัฐบาลปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไม่ว่าเป็นการสั่งปิดนิตยสารเรด พาวเวอร์หรือการไล่ล่าคนเสื้อแดง ตลอดจนใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย.และ 19 พ.ค. ทำให้คนเสื้อแดงหลายคนเกิดความคับแค้นใจและได้ก่อวินาศกรรมมาแล้ว
ดังนั้นอยากเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรง หยุดไล่ล่าคนเสื้อแดง ปล่อยตัวนักโทษการเมืองและเรียกร้องไปยังกลุ่มคนเดือนตุลา ทั้งนักการเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนาและนักวิชาการร่วมกันประณามพฤติกรรม รวมถึงกดดันให้รัฐบาลยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินคืนเสรีภาพให้ประชาชนโดยเร็ว
“เหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.16 จบลงด้วยการเผากรมประชาสัมพันธ์ บช.น.และการใช้อาวุธปืน ขณะที่เหตุการณ์ 6 ต.ค.19 เกิดการเข่นฆ่าประชาชนเป็นอุทาหรณ์ว่าถ้ารัฐบาลยังไม่หยุดใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดงสงครามประชาชนจะต้องเกิดขึ้นเพราะวันนี้มีคนเสื้อแดงหลายคนประกาศตัวพร้อมพลีชีพแม้จะยังมีไม่มากก็ตามรวมทั้งการใช้ความรุนแรงด้วยวัตถุระเบิดเลียนแบบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้”นายสมยศกล่าว
นายสมยศ กล่าวอีกว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในแต่ละจุดที่ผ่านมาส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากความคับแค้นใจของคนเสื้อแดงที่ถูกกระทำ รวมทั้งการเสียชีวิตของนายสมัย วงศ์สุวรรณ์ มองได้ว่าไปเรียนการประกอบวัตถุระเบิดจากกลุ่มคน 3 จังหวัด ภาคใต้ จึงขอเตือนรัฐบาลต้องยุติการใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดงโดยเร็วเพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นลักษณะการจรยุทธ์ไปเรื่อยๆ
ความรุนแรงจากเหตุระเบิดที่ผ่านมาเกิดจาก 2 ปัจจัย คือถ้าเป็นกรณีการใช้อาวุธสงครามเชื่อว่าเป็นฝีมือทหาร แต่ถ้าเป็นระเบิดที่เกิดจากการประกอบโดยใช้ส่วนผสมจากปุ๋ยยูเรียเป็นฝีมือของพลเรือน ซึ่งวันนี้การอบรมเพื่อประกอบวัตถุระเบิดก็ยังมีอยู่เป็นการฝึกในเมืองแต่ไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน
ทั้งนี้ในโอกาสที่ครบรอบ 37 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลา คนเสื้อแดงได้จัดกิจกรรมในหัวข้อ “37 ปีประชาธิปไตย ตาสว่างกว่าเดิม” โดยในวันที่ 16 ต.ค. จะมีขบวนแรลลี่แดง เชียงใหม่-อยุธยา-อีสาน-กรุงเทพฯ กว่า 100 คัน และวันที่ 17 ต.ค.จะมีแรลลี่กรุงเทพฯ-อยุธยา 100 คัน นัดรวมตัวกันที่สะพานปรีดี พนมยงค์ ไฮไลต์ของงานจะมีการยิงตะไลทะลุฟ้าท้าอธรรม 10,000 นัด ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนจะกรีฑาทัพใหญ่เข้ามา กรุงเทพฯ เพื่อประกาศขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์และทวงคืนประชาธิปไตย
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งท้ายวันที่ 31 ต.ค.จะเคลื่อนไหวที่หน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โดยนำรูปปั้นนายนวมทอง ไพรวัลย์ ที่ประกาศสละชีพเพื่อประชาธิปไตยเพื่อให้คนไทยไม่ลืมเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
ส่วนนิตยสารเรด พาวเวอร์ที่ถูกปิดไปแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาจำหน่ายอีกครั้ง โดยหาทางออกนำไปพิมพ์ที่ประเทศกัมพูชาแล้วนำกลับมาวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้
น.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย โฆษกสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) กล่าวว่าที่ผ่านมาพลังนักศึกษาอาจจะเงียบหายไปบ้างเพราะมีจำนวนไม่มากแต่อีกไม่นานจะเห็นพลังนิสิตนักศึกษาลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นหน้าที่ของ สนนท.ที่จะปลุกพลังนักศึกษาที่หลับให้ตื่นขึ้น
"ขอเวลาพวกเรารวบรวมกำลังพลของนักศึกษาให้พร้อมก่อน เพราะเราไม่ลืมว่าใครคือคนที่ฆ่าพี่น้องของเรา ทั้งนี้สนนท.เตรียมที่จะเปิดตัวโครงการเพื่อจัดตั้งองค์กรนิสิตนักศึกษาใหม่ เป็นลักษณะปัจเจกเพื่อรองรับเยาวชนที่ไม่มีองค์กรสังกัดได้มาร่วมต่อสู้ เรียกร้องประชาธิปไตยกับคนเสื้อแดง"น.ส.สุญญาตากล่าว







