
กษิตเข้าให้การเพิ่มคดียึดสนามบิน
"กษิต"โผล่กองปราบฯ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมหลังถูกแจ้งข้อหาคดียึดสนามบินเพิ่มอีก 2 ข้อหา ด้าน "ปฐมพงศ์"เตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวน 15 ต.ค.นี้
"กษิต"โผล่กองปราบฯ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมหลังถูกแจ้งข้อหาคดียึดสนามบินเพิ่มอีก 2 ข้อหา ด้าน "ปฐมพงศ์"เตรียมเข้าพบพนักงานสอบสวน 15 ต.ค.นี้
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 14 ตุลาคม นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ นายนิติธร ล้ำเหลือ พร้อมด้วยทีมทนายความ เดินทางมาที่กองบังคับการกองปราบปราม เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทน ผบก.ป.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากพนักงานสอบสวนในคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ได้พิจารณาแจ้งข้อกล่าวหากับนายกษิต เพิ่มเติมอีก 2 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย ข้อหากีดขวางการจราจรเส้นทางคมนาคม และข้อหากระทำด้วยประการใดๆ ให้การสื่อสารสาธารณะทางไปรษณีย์ขัดข้อง โดยนายกษิต ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
นายนิติธร กล่าวว่า เดินทางมาในฐานะเป็นผู้ร่วมรับฟังการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งที่ผ่านมานายกษิต ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2552 หลังจากถูกออกหมายเรียกครั้งแรก โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและได้ให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้นายกษิต ประสงค์ที่จะเข้าให้การเพิ่มเติมด้วยวาจา และขอดูพยานหลักฐานจากพนักงานสอบสวนใหม่ที่พนักงานสอบสวนใช้ในการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังพบว่าทางพนักงานสอบสวนได้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของคดีในสาระสำคัญทั้งตัวบุคคล และการกระทำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของคดีเป็นเหตุให้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหรือไม่ นายนิติธร กล่าวว่า ในส่วนการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมทำได้อยู่แล้วหากเห็นว่าการแจ้งข้อหายังไม่ครบถ้วนถูกต้อง แต่กรณีของนายกษิต ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหามานานแล้วพนักงานสอบสวนควรจะรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว และเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว พฤติการณ์ของคดีก็ควรจะชัดเจนและนิ่งแล้ว แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของคดีมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมก็ต้องพิจารณากัน เมื่อถามว่าขณะนี้นายกษิต ถูกแจ้งข้อกล่าวหารวมกี่ข้อหาแล้ว นายนิติธร กล่าวว่าหากรวมกับ 2 ข้อหาที่ถูกแจ้งเพิ่มเติมก็จะถูกดำเนินคดีแล้ว 9 ข้อหา
นายนิติธร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมานายกษิต ให้การมาตลอดทั้งข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงและนำพยานบุคคลเข้าให้การ ดังนั้นในวันเดียวกันนี้ก็จะมาให้การเพิ่มเติม และประเด็นสำคัญคือการขอพยานหลักฐานจากพนักงานสอบสวนที่บอกว่า ร่วมกันก็ขอให้พนักงานสอบสนแสดงว่าร่วมกันอย่างไร หากเป็นการก่อการร้าย หรือใช้อาวุธต่างๆ ก็ขอให้แสดงหลักฐานว่ามีการใช้อาวุธ การตรวจพบหรือเคยเห็นท่านพกพาอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุมหรือไม่ หรือสั่งการใครหรือไม่อย่างไร
นายนิติธร กล่าวถึงกรณีผู้ต้องหาในคดีที่พนักงานสอบสวนเคยขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วศาลไม่ออกหมายในคดีเดียวกันทั้งกลุ่มศิลปินที่ขึ้นเวทีการชุมนุมกว่า 20 คน น่าจะทยอยกันเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนและจะมีในส่วนของ พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุกร์ ซึ่งศาลมีคำสั่งยกคำร้องที่ได้ยื่นอุทธรณ์หมายจับในคดีนี้ รวมทั้ง น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หรือ “จอย-ศิริลักษณ์” ก็เช่นกัน ซึ่งในส่วนของ พล.อ.ปฐมพงศ์ ประสานมาแล้วว่าในวันที่ 15 ตุลาคมนี้จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่ในส่วนของ น.ส.ศิริลักษณ์ ได้ชี้แจ้งคำสั่งศาลให้ทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือไม่
สำหรับข้อกล่าวหาของ พล.อ.ปฐมพงศ์ ซึ่งศาลได้ออกหมายจับนั้น มีเพียง 3 ข้อหา จากเดิม 9 ข้อหาซึ่งรวมทั้งข้อหาก่อการร้ายด้วย โดยเหลือเพียงข้อหาแสดงให้ปรากฎด้วยวาจาอันไม่ใช่ความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญ มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวาย และความผิดฐานละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วน น.ส.ศิริลักษณ์ ซึ่งเดิมมีการพิจารณาขอหมายจับ 5 ข้อกล่าวหา แต่ศาลอนุมัติหมายจับเพียงข้อหาเดียว คือ มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวาย ซึ่งคงต้องรอการตัดสินใจว่า น.ส.ศิริลักษณ์ จะตัดสินใจอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมามีการเรียกร้องเรื่องการตั้งข้อกล่าวหาที่เกินเลยจากความเป็นจริง







