
กมธ.ร่วมพิจารณาร่างกสทช.ให้คงกรรมการ11คน
ประชุมกรรมาธิการร่วม ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯให้คงสัดส่วนกรรมการ กสทช. 11 คน ตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอ
ประชุมกรรมาธิการร่วม ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯให้คงสัดส่วนกรรมการ กสทช. 11 คน ตามร่างที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่สอง โดยมีนายประสิทธิ์ โพธสุธน สว.สุพรรณบุรี ประธานคณะกรรมาธิการร่วม ฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยได้หารือถึงประเด็นการแก้ไขบทบัญญัติที่เห็นไม่ตรงกันระหว่างสภาผู้แทนราษฏร และวุฒิสภามาหารือ โดยเฉพาะองค์ประกอบของคณะกรรมากสทช. ซึ่งวุฒิสภามีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการให้เพิ่มสัดส่วนกรรมการในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงส่งผลให้จำนวนกรรมการเพิ่มจาก 11 คน เป็น 15 คน
ทั้งนี้ ในการหารือที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในมาตรา 6, 9, 10. และ 13 ที่ครอบคลุมสาระสำคัญเกี่ยวกับจำนวน ,โครงสร้าง,สัดส่วน และที่มาของคณะกรรมการ กสทช นอกจากนี้ได้หารือถึงหน่วยงานที่จะมาทำหน้าที่ฝ่ายธุรการของสำนักงาน กสทช. ในมาตรา 9 โดยมีการแสดงความเห็นถึงความเหมาะสมระหว่างการตั้งสำนักงาน กสทช. ขึ้นมาใหม่ กับการให้เป็นความดูแลของสำนักเลขาธิการวุฒิสภา อย่าง ไรก็ดีในการประชุมมีการแสดงความเห็นที่หลากหลายและยังหาข้อยุติไม่ได้เนื่อง จากจะต้องพิจารณาศึกษาความเหมาะสมในรายละเอียดประกอบอีกหลายประเด็น
หลังการอภิปรายอย่างกว้างขวางราว 2 ชั่วโมง นายประสิทธิ์ กล่าวสรุปว่า เท่าที่ฟังเสียงกรรมาธิการแล้ว ความเห็นส่วนใหญ่น่าจะต้องการให้มีจำนวนคณะกรรมการ กสทช. 11 คน ตามร่างเดิมของสภาผู้แทนราษฏร
ด้านนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเสนอให้ตัดสัดส่วนของตัวแทนฝ่ายความมั่นคงในมาตรา 6(6) และตัวแทนของฝ่ายพัฒนาสังคมในมาตรา 6(5) ออก และขอให้เพิ่มสัดส่วนตัวแทนฝ่ายศาสนาเข้าไปแทนตัวแทนองค์กรพัฒนาสังคมในมาตรา 6(5) โดยเห็นว่องค์กรพัฒนาเอกชนเป็นต้นเหตุของวิกฤติปัญหาสังคมในขณะนี้จากบทบาทการาเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ขณะที่ความพยายามเพิ่มสัดส่วนกรรมกมรของฝ่ายความมั่นคงน่าจะเป็นความพยายามรักษาอำนาจโดยฝ่ายที่ทำการปฏิวัติรัฐประหาร
“ผมไม่รังเกียจเอ็นจีโอหลายคนที่จะเข้ามา แต่ผมรังเกียจวิธีการเข้ามาใช้อำนาจโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง หรือยึดอำนาจแล้วยัดตัวแทนเข้ามา”นายสุนัยระบุ
ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการร่วมแย้งว่า เรื่อง ตัวแทนศาสนามีการคุยกันมากในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร โดยเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและมีการโต้แย้งมาก เมื่อเทียบเคียงกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 ต้องการให้มีความเปิดกว้างในเรื่องศาสนา เรื่องนี้เห็นว่า ส่วนตัวแทนฝ่ายการศึกษาและวัฒนธรรมในมาตรา 6(5) น่า จะครอบคลุมพออยู่แล้ว ส่วนเรื่องสัดส่วนกรรมการฝ่ายความมั่นคงหาตัดออกควรมีบทบัญญัติหรือแนวทาง ที่จะทำให้ฝ่ายความมั่นคงคลายความกังวลผลกระทบจากการจัดสรรคลื่นความถี่
โดย ฝ่ายที่สนุบสนุนให้สำนักเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยธุรการของสำนักงาน กสทช. ที่ประกอบด้วย ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ให้เหตุผลว่าหากตั้งสำนักงานกสทช.ขึ้นมาใหม่ หรือให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.ซ) ทำหน้าที่สำนักงานเลขาธิการกสทช. อาจถูกครหาได้ว่ามีการเอื้อประโยชน์กับการสรรหาบุคคลมากำกับดูแลตนเอง ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นกรรมาธิการในส่วนของวุฒิสภา และส.ส. ฝ่ายค้าน เห็นว่า หากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ทำหน้าที่สำนักงานเลขาธิการกสทช. อาจมีส่วนได้เสียกับกระบวนการสรรหากรรมการกสทข . เพราะวุฒิสภาต้องเป็นผู้คัดเลือก กสทช. โดยอาจทำให้สำนักงานเลขิการวุฒิสภาต้องตกเป็นจำเลย







