
ทุกข์ทนจนกระจาย
ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวแนวโน้มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีออกมาแล้วว่า
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงข่าวแนวโน้มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีออกมาแล้วว่า มีแรงส่งในการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ของปีก่อน
ฟังความง่ายๆ ก็คือไตรมาสแรกตัวเลขเศรษฐกิจน่าจะออกมาดี
แต่หากมองเนื้อในที่แถลงออกมา ก็มีความน่ากังวลมาก
สาเหตุเนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยการส่งออกรวมเติบโต 9.9% จำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคน เติบโต 15.4%
การส่งออกโตเช่นนี้มันมีแต่ตัวเลข เนื่องจากความมั่งคั่งจะกระจุกเฉพาะตัว โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ที่ต่างชาติเข้ามาลงทุน
ส่วนค่าแรงที่เป็นผลพลอยได้จากการส่งออก ในยามนี้แรงงานไทยก็ไม่ได้รับผลดีทั้ง 100 เนื่องจากมีแรงงานเมียนมา กัมพูชา สปป.ลาว ต่างเข้ามาเป็นผู้ใช้แรงงาน และราคาค่าแรงถูกกว่าแรงงานไทย
เงินที่ได้จากค่าแรง บรรดาแรงงานเพื่อนบ้านก็ส่งกลับประเทศไทย
ขณะเดียวกัน เครื่องจักรทางเศรษฐกิจอื่นก็ยังขยับไม่มากนัก เริ่มจากการบริโภคภาคเอกชน เติบโต 3.3%
ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนน่าห่วง เนื่องจากหดตัว ติดลงไปถึง 0.3%
เมื่อการลงทุนหดตัว ก็ย่อมหมายถึงเม็ดเงินที่เป็นตัวทวีคูณทางเศรษฐกิจจะลดลงน้อยลง ไม่มีการจ้างงาน ไม่มีการจับจ่ายใช้สอย
แรงส่งด้านการลงทุนมีเพียงการใช้เครื่องจักรเก่า ที่อัตราการใช้กำลังการผลิตภาคเอกชนเพิ่มขึ้นมาในระดับ 68.1% ทำให้การผลิตเติบโตภาคอุตสาหกรรมขยายตัว
ในภาคอุตสาหกรรม หากมีการใช้กำลังการผลิตตั้งแต่ 80% ขึ้นไปถือว่ามีการใช้กำลังการผลิตใกล้เต็มกำลัง (Fully Capacity Utilization) และเป็นจุดที่ภาคอุตสาหกรรมจะพิจารณาขยายกำลังการผลิต ขยายการลงทุน เพื่อรองรับความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น
อัตราการใช้กำลังการผลิตระดับนี้ จึงยังไม่ก่อให้เกิดการขยายการลงทุน ขยายกำลังผลิตเพิ่ม เนื่องจากยังมีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่อีก
และสุดท้ายภาคที่น่าห่วงมากคือเกษตรกรที่รายได้ภาคเกษตรติดลบ 4.8%
นั่นหมายความว่า ความมั่งคั่ง ความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจไม่ลงไปถึงระดับรากฐาน
หรือแม้กระทั่งระดับคนชั้นกลาง ความมั่งคั่งก็ยังไม่กระจายอย่างทั่วถึง
ทั้งหมดจึงเป็นเหตุ เป็นที่มาของเสียงร้องระงมไปทั่วว่า ขณะที่เศรษฐกิจเติบโต แต่การเคลื่อนไหว ความคึกคักทางเศรษฐกิจกลับไม่มีให้เห็น ทุกอย่างยังเงียบเหงา ซึมกระทือไปอย่างที่เห็น
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์โตแต่หัว รวยกระจุก จนกระจายก็ไม่ผิดหนัก
การที่จะก้าวผ่านสถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งต้องปรับโครงสร้างการผลิตของประเทศ การยกระดับพัฒนาความสามารถการแข่งขัน หลุดออกไปจากกับดักรายได้ปานกลาง
ที่สำคัญต้องลงไปช่วยเหลือระดับฐานราก คือเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ให้มีรายได้มากยิ่งขึ้น
ไม่เช่นนั้นสภาพจนกระจายก็จะคงอยู่อย่างนี้







