
ส่ง'สุวพันธุ์'เคลียร์บ้านพักศาล
"พล.อ.ประยุทธ์" ยอมรับไม่สบายใจปมขัดแย้งบ้านพักตุลาการ วอนเคลื่อนไหวใดๆ จะกระทบผลประโยชน์ส่วนรวม ด้าน"วิษณุ"ชี้ทำประชาพิจารณ์เปล่าประโยชน์
"พล.อ.ประยุทธ์" ยอมรับไม่สบายใจปมขัดแย้งบ้านพักตุลาการ วอนเคลื่อนไหวใดๆ จะกระทบผลประโยชน์ส่วนรวม ด้าน"วิษณุ"ชี้ทำประชาพิจารณ์เปล่าประโยชน์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ไม่สบายใจและมีความกังวลกรณีการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ และประชาชนชาวเชียงใหม่ยื่นคำขาดให้รัฐบาลมีคำสั่งรื้อถอนภายใน 7 วัน ซึ่งล่าสุดได้มอบหมายให้ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานคณะทำงานเพื่อลงไปพูดคุยและแก้ปัญหาแล้ว และคาดว่าผลสรุปจะออกมาด้วยดี
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อความรู้สึกชาวเชียงใหม่ และไม่ต้องการให้ออกมาเคลื่อนไหวหรือเดินขบวน เพราะรัฐบาลกำลังดำเนินการหลายอย่าง จึงไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งจากเรื่องใดๆ มาทำลายส่วนรวม
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรใช้การทำประชามติเพื่อให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ตัดสินว่าจะคงสภาพบ้านพักหรือทุบทิ้ง ซึ่งหากผลประชามติออกมาก็จะเป็นการสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่ และยังเป็นข้อยุติทางกฎหมายได้ด้วย
"ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการใช้อำนาจรัฐโดยอ้างข้อกฎหมาย การหาทางออกก็ควรใช้มาตรการทางกฎหมายคือ การทำประชาพิจารณ์ ซึ่งคำตอบจะเป็นข้อยุติทางกฎหมายและทางปกครองได้ดีที่สุด" นายศรีสุวรรณ กล่าว
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กำลังติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของประชาชนชาวเชียงใหม่ที่ต้องการให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการอยู่ แต่ต้องยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีหลายกลุ่มที่เห็นต่างกัน จึงต้องมาพูดคุยเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะจบลงด้วยความสวยงามจากคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า สามารถทำประชาพิจารณ์เพื่อ หาข้อสรุปกรณีบ้านพักตุลาการได้ แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าทำประชาพิจารณ์แล้วจะคุ้มค่าหรือไม่ เพราะกรณีที่เกิดขึ้นมีคนจำนวนมากให้ความเห็นออกมา แล้ว จึงเกรงว่าหากทำประชาพิจารณ์ จะเสียทั้งเวลาและเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์
"ส่วนข้อเรียกร้องที่ผู้ชุมนุมต้องการให้กั้นพื้นที่ก่อสร้างบ้านพักดังกล่าว เป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาตินั้น ส่วนตัวไม่ทราบจึงตอบไม่ถูก แต่ผู้ที่รับผิดชอบได้ลงพื้นที่ไปดูรายละเอียดและพูดคุยกับคนในพื้นที่แล้ว โดยได้ทราบถึงความต้องการของแต่ละฝ่าย ซึ่งยังมีความเห็นไม่ตรงกันนัก" รองนายกฯ กล่าว
นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ส่วนเพจ เฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าเปิดให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กแสดงความเห็นนั้น คิดว่าผู้ดูแลเพจหรือ แอดมินคงดำเนินการกันเอง ซึ่งรัฐบาลไม่ได้สั่งให้ทำและผลของความคิดเห็นก็ไม่สามารถนำมาใช้งานหรือถูกใช้เพื่อตัดสินกรณีที่เกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ ไม่อยากให้นำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงอย่าทำให้เกิดความขัดแย้งกับตุลาการคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมาพบว่า ประเด็นนี้ยังไม่สร้างความขัดแย้งถึงขั้นนั้น โดยเป็นเพียงการแสดงความเห็นด้วยความบริสุทธิ์ใจ







