
"ป.ป.ท."สอบเพิ่ม3จังหวัดโกงงบคนจน
บอร์ด ป.ป.ท.สั่งสอบเพิ่ม 3 จังหวัดโกงงบคนจน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา
บอร์ด ป.ป.ท.สั่งสอบเพิ่ม 3 จังหวัดโกงงบคนจน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยถึงการตรวจสอบทุจริตเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งว่า วันนี้สำนักงาน ป.ป.ท.เสนอรายการการตรวจสอบการทุจริตคนไร้ที่พึ่งของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเข้าเป็นวาระการพิจารณาของบอร์ด ป.ป.ท. 23 สำนวน แต่ในช่วงเช้าสามารถพิจารณาได้เพียง 5 จังหวัด โดยมีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวน 2 จังหวัด คือ พัทลุง ยะลา และสั่งสอบเพิ่มเติมอีก 3 จังหวัด ได้แก่ พะเยา แพร่ และศูนย์พัฒนาราษฎร์บนพื้นที่ราบสูงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต เนื่องจากการเบิกจ่ายเงินมีขั้นตอนเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมาก ตั้งแต่การตั้งเรื่องไปจนถึงการจ่ายเงิน
พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า การตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญาควรทำด้วยความรอบคอบ และต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน บางรายชื่อบอร์ดป.ป.ท.จึงยังไม่อนุมัติให้ตั้งกรรมการไต่สวน เนื่องจากเห็นว่าในชั้นการตรวจสอบมีการสุ่มตรวจฎีกาเบิกจ่ายและสอบปากคำพยานน้อยเกินไป สำหรับพฤติกรรมความผิดยังเป็นรูปแบบเดิม มีการสำรวจบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติได้รับเงินสงเคราะห์,ตรวจเยี่ยมบ้านเท็จ และจ่ายเงินเพียงบางส่วนเบียดบังไว้เป็นบางส่วน โดยขณะนี้สำนักงานป.ปท.ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว 56 จังหวัด ขั้นตอนข้อเท็จจริงยังตรวจสอบไม่ครบ 76 จังหวัด จึงยังตอบไม่ได้ว่ามีการทุจริตทั้ง 76 จังหวัดหรือไม่
"การสั่งสอบสวนเพิ่มเติม ไม่ได้ปิดทางการตั้งอนุกรรมการไต่สวนความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่กำชับให้พนักงานสอบสวนสุ่มตรวจสอบฎีกาเบิกจ่ายและสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติมให้ชัดเจนทุกด้าน เพราะผู้ถูกกล่าวหาบางรายอาจกระทำผิดเพียงแค่บกพร่อง ไม่ถึงขั้นทุจริต การถูกกล่าวหาว่าทุจริตอาจทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคม" พล.ต.อ.จรัมพร กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.อ.จรัมพร กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาได้ส่งหลักฐานพร้อมรายชื่อข้าราชการเพิ่มเติมอีก 44 รายให้ป.ป.ท.ตรวจสอบนั้น พล.ต.อ.จรัมพร บอร์ดป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนนางรจนา สินที กับพวกตามที่มีการแจ้งความไว้ที่สน.ดุสิต ว่ามีการทุจริตงบประมาณกองทุน จำนวน 12.8 ล้านบาท ในปี 2560 ดังนั้น การพบบุคคลที่เข้าไปเกี่ยวข้องทุจริตเพิ่มเติม คณะอนุกรรมการไต่สวนสามารถตรวจสอบได้โดยไม่ต้องขออนุมัติไต่สวนเพิ่มเติมอีก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการยังได้ระบุในท้ายคำร้องว่าอาจมีการทุจริตย้อนหลังไปถึงปี 2550 ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างหาพยานหลักฐาน โดยจากแผนประทุษกรรม นางรจนา ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลการประชุมกองทุนเสมาฯ และเสนอรายงานการประชุมตามลำดับชั้นเพื่อขออนุมัติงบประมาณ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วมีการโอนไปที่ใครบ้าง ตรงนี้คนเดียวคงทำไม่ได้







