
มาร์คยันเอาผิดทุกฝ่ายเอี่ยวปมที่จอดรถ
เพื่อไทย ตั้งกระทู้ปมทุจริตอาคารจอดสุวรรณภูมิ "โสภณ" ลั่นขึ้นบัญชีดำบริษัทรับสัมปทานเอาไว้แล้ว อภิสิทธิ์ ระบุ เดินหน้าสอบเต็มที่ ไม่สนว่าเป็นชายชุดไหน
เพื่อไทย ตั้งกระทู้ปมทุจริตอาคารจอดสุวรรณภูมิ "โสภณ" ลั่นขึ้นบัญชีดำบริษัทรับสัมปทานเอาไว้แล้ว อภิสิทธิ์ ระบุ เดินหน้าสอบเต็มที่ ไม่สนว่าเป็นชายชุดไหน
ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การแสวงหาประโยชน์ต่อทรัพย์ทางราชการโดยมิชอบในสนามบินสุวรรณภูมิ ของนางอนุสรา ยังตรง ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ นางอนุสรากล่าวว่า ปัญหาการทุจริตในสนามบินสุวรรณภูมิเกิดขึ้นมาอย่างยาวนานตั้งแต่มีการก่อ สร้างสนามบินจนกระทั่งการเปิดสนามบินปัญหาการทุจริตก็ยังมีอยู่ อย่างเหตุการณ์สัมปทานอาคารจนอดรถภายในสนามบิน ซึ่งปรากฏว่าเกิดเหตุความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น จนถึงขั้นที่บริษัทการท่าอากาศยาน จำกัด มหาชน (ทอท.) ต้องประกาศขับไล่บริษัทผู้รับสัมปทาน ซึ่งกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากการเร่ขายสัมปทานให้กับนักลงทุนชาวไทย 2 กลุ่ม เพื่อนำเงินสดมาหมุนเวียน หลังจากที่บริษัทผู้รับสัมปทานไม่สามารถนำเงินมานำส่งให้ทอท.ได้ตามสัญญา จึงอยากทราบว่าทอท.มีมาตรการอย่างไรในการดำเนินการแก้ไขปัญหาสัมปทานดัง กล่าว หลังจากที่มีการทำผิดสัญญาเกิดขึ้น
นางอนุสรา กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับสนามบินสุวรรณภูมิในฐานะที่เป็น หน้าตาของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะเกิดภาพชายชุดดำเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งๆ ที่พื้นที่จ.สมุทรปราการอยู่ในระหว่างการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แต่ดูเหมือนว่าดีเอสไอและศอฉ.ยังไม่มีการดำเนินการให้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งต่างจากคดีอื่นๆ ทั้งที่ 2 หน่วยงานนี้มักจะเสนอให้เป็นคดีพิเศษ ขอถามรัฐบาลว่าจะรับคดีชายชุดดำเข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่
ด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การประชุมครม.ครั้งล่าสุดทางกระทรวงคาคมได้มีการสเนอรายงานต่อที่ประชุมครม.ใน 3 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1.ทางกระทรวง คมนาคมระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เกิดความเสียหายทางพาณิชย์แก่ทอท. เนื่องจากทอท.ได้หักเงินค่าสัญญาค้ำประกันเอาไว้แล้ว ในฐานะที่บริษัทคู่สัญญาได้ทำผิดสัญญา 2.การบริการ ให้กับประชาชนในเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมยืนยันว่าการบริหารยังคงดำเนินการ ไปตามปกติ ไม่มีผลกระทบต่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนแต่อย่างใด และ3.กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว โดยให้ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่จะรับกรณีชายชุดดำที่เข้าไปบุกรุกอาคารที่จอดรถสนามบินสุวรรณภูมิเป็น คดีพิเศษหรือไม่จะต้องพิจารณาในรายละเอียดหรือข้อเท็จจริง โดนมีหลักเกณฑ์คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมีการเชื่อมโยงกันเป็นระบบ และมีขบวนการในการดำเนินการอย่างชัดเจน ไม่ใช่เอาทุกเรื่องมาเป็นคดีพิเศษทั้งหมด ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์วางระเบิดหลายครั้งที่ผ่านมา ทางดีเอสไอเองก็ไม่ได้นำมาเป็นคดีพิเศษทุกกรณี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นจะไม่มีการละเว้นผู้ที่กระทำความผิด อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นชายชุดดำหรือชุดไหน การดำเนินคดีต้องเป็นไปตามกฎหมาย
นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า สำหรับแนวคิดในการให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการให้บริการด้านการจอดรถภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพราะทอท.เองต้องการป้องกันการรั่วไหล จากเดิมที่ทอท.เป็นผู้ให้บริการในเรื่องนี้เอง จึงเล็งเห็นความสำคัญว่าควรให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการรับสัมปทาน โดยที่ผ่านมามีบริษัท 3 บริษัทได้เข้ามาร่วมประมูล ซึ่งทอท.เองก็เลือกบริษัทวีวินที่ให้ผลประโยชน์แก่รัฐสูงสุดคือ 15 ล้านบาทต่อเดือน แต่ปรากฎว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีการดำเนินการตามสัญญา โดยขาดส่งรายได้ให้กับทอท.มาเป็นเวลานานทำให้ทอท.ต้องดำเนินการหักค่าประกัน สัญญากับบริษัทตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้
นายโสภณ กล่าวว่า ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการของการตรวจสอบและได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทดัง กล่าวเอาไว้แล้วไม่ให้เข้ามารับงานอีก เพื่อเป็นการกู้ชื่อเสียงให้กับสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีคนใกล้ชิดรมต.ไปเรียกรับผลประโยชน์ตามที่มีข่าวลือ เพราะถ้ามีจริงบริษัทดังกล่าวคงไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งตอนนี้กระทรวงคมนาคมเองก็มีนโยบายว่าหากรัฐวิสาหกิจใดที่อยู่ภายใต้ สังกัดกระทรวงคมนาคมมีการะกระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเรื่องชายชุดดำหรือกรณีบุคคลภายนอกที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปใน พื้นที่ลานจอดรถ ประเด็นนี้ทราบว่ากระทรวงกลาโหมได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว







