
สัมปทานก๊าซมาเสียที
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่กระทรวงพลังงานประกาศเดินหน้าเปิดประมูลสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แหล่งเอราวัณและบงกช
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่กระทรวงพลังงานประกาศเดินหน้าเปิดประมูลสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แหล่งเอราวัณและบงกช
สาเหตุเนื่องจากสัญญาสัมปทานเดิมจะหมดอายุลงในปี 2565-2566 โดยทั้งสองแหล่งมีกำลังการผลิตรวม 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน หรือคิดเป็น 70% ของกำลังการผลิตก๊าซในประเทศ
ที่ผ่านมาการเปิดประมูลล่าช้าด้วยสารพันปัญหา เหมือนเกิดอาการกล้าๆ กลัวๆ ชะลอเรื่อยๆ จนไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตก๊าซในอ่าว แต่ทว่าในแง่การลงทุนจากต่างชาติ ก็ถูกมองด้วยสายตาที่ตั้งคำถามว่าอะไรเกิดขึ้น ถึงไม่ตัดสินเสียที
แต่การประมูลครั้งนี้ยังมีประเด็นที่ต้องจับตาอีก จะออกมาเป็นอย่างไร
ในโลกนี้ เมื่อแหล่งสัมปทานหมดอายุลงก็มักจะใช้วิธีต่ออายุสัมปทานออกไป เพื่อให้สามารถคงระดับการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพราะหากผู้รับสัมปทานเป็นรายใหม่ ก็ต้องแก้ไขปัญหาการเข้าไปในพื้นที่สัมปทานช่วงรอยต่อก่อนที่สัมปทานเก่าจะหมดอายุลง ไม่เช่นนั้นจะกระทบกับระดับการผลิตขั้นต่ำ
ขณะเดียวกัน เงื่อนไขการประมูลครั้งนี้ทำในรูปแบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ที่มักจะใช้กับประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ และเป็นผู้ส่งออกน้ำมันเช่นเดียวกัน เนื่องจากรัฐมีอำนาจในการต่อรองกับเอกชนสูง
ในไทยเคยใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตมาใช้ในการให้สัมปทานปิโตรเลียม แต่ก็ไม่ประสบผล จนโครงการหลังสุดที่มีการใช้ระบบดังกล่าวคือแหล่งเจดีเอ ในพื้นที่ทับซ้อนกับมาเลเซีย
แต่ทั้งหมดต้องมีการตั้งองค์กรพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซียขึ้นมากำกับดูแล ผลก็คือรัฐได้ส่วนแบ่งจากระบบนี้ประมาณ 60% ในขณะที่เอกชนผู้สำรวจและผลิตได้ผลประโยชน์เมื่อหักค่าใช้จ่ายไปประมาณ 40%
ผลประโยชน์ที่ได้น้อยกว่าระบบสัมปทานของไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ประเทศอื่นๆ ในแถบนี้ อาทิ เวียดนาม ที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต พบว่า มีปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการอนุมัติ จนทำให้การผลิตปิโตรเลียมในประเทศไม่สนองตอบต่อความต้องการใช้
นอกจากนั้นยังมี กัมพูชา ที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต ก็ประสบปัญหาในขั้นตอนปฏิบัติ จนถึงยังไม่มีการผลิตปิโตรเลียมขึ้นมาใช้ได้เลย
ส่วนอินโดนีเซียที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต ก็มีปัญหาเรื่องการคอร์รัปชั่น และกำลังที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบสัมปทาน
หัวใจการจะใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตที่ได้ประสิทธิภาพก็คือต้องมีราชการที่เก่งและขยัน เพราะจะต้องตรวจสอบบริษัทอย่างใกล้ชิด แล้วยังต้องจัดการในการขายน้ำมันในส่วนแบ่งของรัฐด้วย
ที่สำคัญระบบราชการต้องโปร่งใสปราศจากคอร์รัปชั่น เพื่อให้ได้สิทธิอันพึงมีพึงได้กับการเป็นเจ้าของทรัพยากร
แต่เอาล่ะไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้จะแบ่งปันผลผลิตก็ว่ากันไป
อย่างน้อยก็มีเงื่อนไขเวลาที่ชัดเจนถึงประกาศผลผู้ชนะประมูลในเดือน ธ.ค.ปีนี้ และจะมีการลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลได้เดือน ก.พ.ปีหน้า ภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดออกมาอีกมากมาย
ทำไป แก้ไข แล้วมาดูผลสุดท้ายอีกทีแล้วกัน
ถึงจะไม่ได้สิ่งที่ดีสุด แต่ก็ดีกว่าคาราคาซังพังไปทั้งขบวน







