posttoday
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ปัญหาที่ต้องพิสูจน์ด้วยภาพถ่ายทางอากาศ

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ปัญหาที่ต้องพิสูจน์ด้วยภาพถ่ายทางอากาศ

23 เมษายน 2561

มุมมองกรณีบ้านพักผู้พิพากษาเชิงดอยสุเทพจาก "สุวิทย์ คุณกิตติ" อดีตรมว.ยุติธรรม

มุมมองกรณีบ้านพักผู้พิพากษาเชิงดอยสุเทพจาก "สุวิทย์ คุณกิตติ" อดีตรมว.ยุติธรรม

*******************************

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ อดีตรมว.ยุติธรรม

ปัญหาเรื่องการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษาและที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่มีการกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ป่าและอุทยานดอยสุเทพเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อน เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ

ผมไม่อยากเห็นประชาชนสงสัยและระแวงในความเที่ยงธรรมและความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม เพราะเกิดความเข้าใจผิดและไม่ทราบว่าอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมมีเพียงพิจารณาพิพากษาคดีเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานธุรการในส่วนของการสนับสนุนการทำงานของศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่ประการใดทั้งสิ้น

ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 2 สมัย ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนไปในปี 2543 เมื่อศาลยุติธรรมได้แยกเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม ได้มีการตั้งสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหน่วยงานอิสระในฐานะนิติบุคคลเป็นหน่วยงานธุรการและมีเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมเป็นหัวหน้าส่วนราชการ เปรียบเสมือนปลัดกระทรวงยุติธรรมและทำหน้าที่เช่นเดียวกัน โดยสำนักงานศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการศาลยุติธรรม เช่น การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี การบริหารการเงินและพัสดุ การวางแผนเกี่ยวกับบุคลากร การบริหารจัดการอาคารสถานที่ งานทางวิชาการและงานส่งเสริมงานตุลาการ ที่สำคัญคือการสนับสนุนงานธุรการอันเป็นภาระหลักให้ดำเนินการเป็นไปอย่างเป็นระบบมีประสิทธิภาพ ไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรม ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ซึ่งมีประธานศาลฎีกาเป็นผู้บริหารสูงสุดของศาลยุติธรรม

หากดูอำนาจหน้าที่และโครงสร้างจะเห็นได้ชัดว่าศาลยุติธรรมมีอำนาจหน้าที่เพียงพิจารณาพิพากษาคดี ผู้พิพากษาตั้งแต่ประธานศาลฎีกาลงมาจนถึงผู้ช่วยผู้พิพากษาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้านพักและที่ทำการของศาลแต่ประการใด เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานธุรการของศาลยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ

ดังนั้น จึงไม่ต้องห่วงหรือระแวงสงสัยว่า สถาบันตุลาการหรือศาลยุติธรรมจะไม่มีความเป็นกลางในการพิจารณาพิพากษาคดี เช่นตัวอย่างที่มีเอกชนฟ้องสำนักงานศาลยุติธรรมว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ต่อศาลยุติธรรม เมื่อเอกชนสามารถนำหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่ามีการละเมิดจริง ศาลก็ตัดสินให้เอกชนเป็นฝ่ายชนะคดี และสำนักงานศาลยุติธรรมต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับภาคเอกชน

กรณีนี้จึงต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าศาลยุติธรรมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแต่ประการใดทั้งสิ้น

กรณีต่อมา ถามว่าสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานธุรการ มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษาและที่ทำการศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีส่วนรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน เพียงใด คงพอสรุปเป็นสังเขปได้ว่า สำนักงานศาลยุติธรรมมีหน้าที่ต้องพยายามเร่งรัดจัดหาที่ดินเพื่อก่อสร้างสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาคและบ้านพักผู้พิพากษาในแต่ละภาคให้ครบถ้วน เพื่อจะได้มีการย้ายศาลอุทธรณ์ภาคที่ยังมีสำนักงานอยู่ในกรุงเทพมหานครออกไปอยู่ตามภาคต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและความยุติธรรมให้กับประชาชนในแต่ละภาคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จึงต้องประสานขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ยังมีพื้นที่ว่างเปล่าและเหมาะสมในการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษาและศาล เมื่อหน่วยงานที่สำนักงานศาลยุติธรรมขอความร่วมมือไปเห็นว่ายังมีพื้นที่ว่างขนาดพอเพียงและสามารถที่จะยกให้ไปดำเนินการก่อสร้างได้ก็จะแจ้งกลับมาที่สำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อไปดูสถานที่ว่ามีพื้นที่เพียงพอก็จะไปดำเนินการสำรวจพื้นที่และออกแบบก่อสร้างเพื่อของบประมาณในการดำเนินการจากรัฐบาล

หน่วยงานที่จะยกที่ดินให้ไปดำเนินการก่อสร้างได้นั้น ต้องเป็นเจ้าของที่แท้จริงตามกฎหมายจึงจะสามารถยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งต้องดำเนินการตามกระบวนการระเบียบและกฎหมายในการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับสำนักงานศาลยุติธรรม

ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงเชื่อและยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่ประการใด เพราะได้รับมาจากคนที่ครอบครองอยู่ ซึ่งเป็นหน่วยราชการที่ต้องรู้ระเบียบและกฎหมายเป็นอย่างดี

ซึ่งจะโทษสำนักงานศาลยุติธรรมก็คงไม่ได้

ส่วนปัญหานี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง สำนักงานศาลยุติธรรมอาจจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามีปัญหาอะไร แล้วใครรับผิดชอบ

แม้หน่วยงานต่างๆ ได้ออกมาชี้แจงแล้วก็ยังไม่มีความชัดเจนอยู่หลายประการ

ถ้าจะให้ชัดเจนต้องแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องและแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศแต่ละช่วง ซึ่งจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าและแผนที่ลายเส้นที่มีอยู่ทั้งหมดในพื้นที่มาสร้างภาพเชิงซ้อนเพื่อประกอบการตรวจสอบด้วย เพราะเป็นนิติวิทยาศาสตร์และโปร่งใส

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท