posttoday
นายกฯบี้สุวรรณภูมิ ทรงศักดิ์โต้ไม่มีเอี่ยว

นายกฯบี้สุวรรณภูมิ ทรงศักดิ์โต้ไม่มีเอี่ยว

14 ตุลาคม 2553

นายกฯ ตามติดข่าวผลประโยชน์อาคารจอดรถสุวรรณภูมิ ด้านทรงศักดิ์เข้ากระทรวงหูกวาง ปฏิเสธมีเอี่ยว

นายกฯ ตามติดข่าวผลประโยชน์อาคารจอดรถสุวรรณภูมิ ด้านทรงศักดิ์เข้ากระทรวงหูกวาง ปฏิเสธมีเอี่ยว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ได้รายงานปัญหาสัญญาสัมปทานอาคารที่จอดรถในสนามบินสุวรรณภูมิให้รับทราบ โดยยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของปัญหานี้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ประเทศไทย รวมถึงต้องมีการสอบข้อเท็จจริงด้วยว่ามีพรรคการเมืองใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ดังกล่าวหรือไม่

“ได้ายโสภณรายงานว่า ประการแรกในเชิงพาณิชย์ไม่ได้มีความเสียหาย เพราะทางบริษัทท่าอากาศยานฯ ได้ใช้วิธีในการหักเงินจากเงินที่วางประกันไว้ตลอด ประการที่สอง ในสัญญาถูกยกเลิกแล้ว ประการที่สาม ขณะนี้การบริการประชาชนกลับมาสู่ความเป็นปกติ และข้อที่สี่ คือกำลังมีการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

“อย่างไรก็ตามแม้จะมีการแก้ปัญหาไปแล้ว แต่ก็กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องตั้งกรรมการสอบสวน เราไม่ได้ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ซึ่ง รมว.คมนาคม รายงานว่าได้ตั้งกรรมการฯขึ้นสอบแล้วเดี๋ยวผมจะติดตามต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

“

คุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่า ต้องทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างตรงไปตรงมา” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม พร้อมด้วยนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ นายเอกพร รักความสุข และนายทศพล สังขะทรัพย์ ได้เดินทางมายังกระทรวงคมนาคม เพื่อเข้าพบกับนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรณีที่มีการพาดพิงถึงชื่อย่อ อ ท และ ส ในเรื่องความขัดแย้งของหุ้นส่วนในบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ ผู้ได้รับสัมปทานอาคารจอดรถในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องการชี้แจงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น และไม่เคยรู้จักนางแพรว พจนประพันธ์ แต่รู้จักกับนายธนกฤต เจตกิตติโชค กรรมการของบริษัท ปาร์คกิ้งฯ เพราะมีผู้ใหญ่คือนายเกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์ ซึ่งรู้จักกับนางแพรว มาขอร้องให้นายสัมพันธ์กับตนเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย กรณีที่นางแพรวต้องการที่จะขอเงินในการลงทุนในบริษัท ปาร์คกิ้งฯ คืน เพราะต้องการเลิก แต่ก็ไม่ได้ให้การช่วยเหลือ เพราะวงเงินที่นางแพรวเรียกมานั้นสูงมาก และเจอกันเพียงครั้งเดียวที่โรงแรมมิราเคิล และไม่ได้มีการเรียกเงินจากใครสักสลึงเดียว

นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้จากข่าวที่ออกมา ตนคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของผม แต่กลับไปมีผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย(ภท.) เนื่องจากขณะนี้ข้อมูลต่างออกไปในทิศทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเมือง และที่น่าาเป็นห่วงคือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ตนจึงต้องออกมาชี้แจง

นายเอกพร กล่าวว่า นางแพรวเป็นผู้ใหญ่ที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ รู้จักกันมาเป็น 10 ปี ส่วนนายธนกฤตนั้น เคยเป็นคนติดตามนักการเมือง และเป็นเพื่อนของเพื่อน ซึ่งตนไม่เคยติดต่อกับนายธนกฤตเลย แต่นายธนกฤต มีเรื่องที่ดินที่จ.ระนองมาปรึกษา จึงมีการแนะนำให้รู้จักกับนางแพรว หลังจากนั้น ทั้ง 2 คนจะไปทำอะไรที่ไหนก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลย มารู้อีกครั้งก็ตอนที่ทั้ง 2 ทะเลาะกันแล้ว แล้วช่วงประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตนบวช พอสึกออกมาก็รู้ว่านางแพรวคงจะโกรธตนมากเพราะไปแนะนำให้รู้จักกับนายธนกฤต

“เรื่องนี้มีการบิดเบือน ตอนนี้มีการโยงเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ไปเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสภาฯ ก็สามารถที่จะตอบโต้ได้ แต่ตอนนี้ผมไม่มีตำแหน่งอะไรก้อยากจะขอความเป็นธรรม”

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า ต้องการชี้แจงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ไม่อยากให้ทางพรรคเข้าใจผิด เรื่องนี้เป็นเรื่องความขัดแย้งกันระหว่างหุ้นส่วน แต่กลับมีการพาดพิงถึงคนอื่น

ด้านนายสุพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบข้อเท็จจริงยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนอื่นๆ นอกจากเจ้าหน้าที่ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เพราะเอกชนทั้งสองรายยังส่งเอกสารไม่ครบถ้วน และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 ต.ค.นี้ ก่อนที่จะเสนอผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ในวันที่ 20 ต.ค. ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายบริหาร ทอท.ต้องรับผิดชอบเพราะรู้ปัญหาแต่ไม่ยอมแก้ไขตั้งแต่ต้น

“เรื่องนี้ผู้บริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นแต่ไม่ดำเนินการทำให้เกิดความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทางทอท.” นายสุพจน์ กล่าว

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ทางพรรคพร้อมให้การสนับสนุนกับคณะกรรมการสอบสวนทุกชุด และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ดังกล่าว หากใครมีหลักฐานใดๆ ก็จะดำเนินพรรคของชี้แจงการพาดพิงถึงบุคคลที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีความขัดแย้งของกลุ่มผู้ประกอบการรับสัมปทานบริหารอาคารจอดรถ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิดังนี้ 1.พรรคภูมิใจไทย โดยคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรค ไม่มีส่วนรู้เห็น และเข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ทั้งทางตรงและทางอ้อม 2.พรรคยินดีให้การสนับและให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการตรวจสอบทุกคณะ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายทั้งหมด 3.พรรคยืนยันจะไม่ปกป้องคนผิด ผู้ที่ทำให้รัฐเสียหาย และทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์แก่รัฐบาลและประเทศไทย 4.พรรคขอให้ผู้มีข้อมูลทุกท่าน โปรดให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขอให้แจ้งชื่อของผู้กระทำผิดในเรื่องนี้แก่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อพรรคจะได้ดำเนินการต่อไป

“พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่สนับสนุนผู้ที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง และมีลักษณะใช้อิทธิพล เป็นมาเฟีย เช่นที่เกิดกับอาคารจอดรถสนามบินสุวรรณภูมิ พรรคมีนโยบายปราบมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลในสนามบิน และในกรณีอื่นๆหากใครมีความเคลือบแคลงสงสัยการดำเนินงานของผู้บริหารหรือสมาชิกพรรคคนใด ให้ส่งหลักฐานมาที่หัวหน้าพรรคเพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป” นายศุภชัย กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท