
แค่โหมโรงสหรัฐ-จีน
ใครเคยอ่านนิยายกำลังภายในคงได้ยินคำวา ฆ่าเพื่อระงับฆ่า
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครเคยอ่านนิยายกำลังภายในคงได้ยินคำวา ฆ่าเพื่อระงับฆ่า
เป็นการจำต้องสังหาร เพื่อระงับการสังหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
เหมือนกับการทำสงคราม เพื่อระงับสงครามที่เป็นการทำสงคราม เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดสงครามที่สร้างความเสียหายมากกว่าเดิม
ยามนี้ที่สหรัฐอเมริกาหันมาเล่นงานจีนด้วยการขึ้นภาษี ภายใต้ข้ออ้างว่าจีนเอาเปรียบทางการค้า ขณะที่จีนก็ขึ้นภาษีการค้าตอบโต้ มันไม่ต่างจากการทำสงครามเพื่อระงับสงคราม
เพราะการที่จีนจะปล่อยให้อเมริกาเล่นงานฝ่ายเดียว ก็จะยิ่งทำให้เสียเปรียบ และกลายเป็นสงครามที่ขยายวงมากกว่าเดิม
อย่าลืมว่าผลประโยชน์ของสหรัฐไม่ใช่เฉพาะทางการค้าเท่านั้น แต่ยังขยายความถึงการเมืองระดับโลก การเมืองระดับภูมิภาคด้วย
ถ้าจีนไม่ทำอะไร สงครามที่อเมริกาจะขยายวงก็จะมีมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในทะเลจีนใต้ ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี
เรียกว่า ถ้าอเมริกาเล่นงานอะไรจีน ก็ต้องเห็นจีนตอบโต้กลับไปทันควัน
อย่างสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ เปิดเผยรายชื่อสินค้านำเข้าจากจีน 1,300 รายการ ที่จะโดนเรียกเก็บภาษีแพงขึ้น ตั้งแต่จักรยานยนต์ เรือ และกล้องจุลทรรศน์
ฟากจีนประกาศขึ้นภาษี 25% กับสินค้าขาเข้าต่างๆ จากสหรัฐ 128 รายการ เพื่อตอบโต้การขึ้นภาษีสินค้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยการขึ้นภาษีนี้รวมถึงผลไม้ ถั่ว เนื้อหมู ไวน์ และเชื้อเพลิงเอทานอล เป็นต้น
มาตรการตอบโต้ทางภาษีของจีนมีนัยทางการเมือง เพราะสินค้าการเกษตรที่จีนขึ้นภาษี เช่น เนื้อหมู และเชื้อเพลิงเอทานอลนั้น มีแหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในรัฐไอโอวา ซึ่งเป็นฐานคะแนนเสียงที่สำคัญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
การปะทะที่เกิดขึ้นยังไม่จบ โดยในสัปดาห์นี้ประธานาธิบดีทรัมป์อาจประกาศเพิ่มการนำเข้าจากจีนขึ้นอีก ภายใต้ข้อกล่าวหาละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐ
แต่ทั้งหลายทั้งปวง แม้จะกลายเป็นข่าวเขย่าโลก แต่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ยังไม่ใช่ของจริง
อาทิ เดฟ สเวนสัน (Dave Swenson) นักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐไอโอวา มองว่าสิ่งที่เห็นอยู่ขณะนี้เป็นเพียงการปะทะกันอย่างประปราย โดยมีการขีดเส้นวงเขต จำกัดความเสียหาย
แต่สิ่งที่ยังไม่รู้ก็คือขอบข่ายของการสู้รบที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมจะแลกหมัดกัน จะกว้างไกลหรือยืดเยื้อยาวนานเพียงใด
หรือพูดง่ายๆ ที่เห็นยังเป็นแค่การออกแขกเท่านั้น
หากเกิดสงครามการค้าจริงจะไม่ใช่เฉพาะการขึ้นภาษีสินค้า แต่มันต้องลามไปถึงประเด็นอื่นๆ อาทิ ระบบอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ถือครองพันธบัตรรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ถ้าเปิดศึกกันจริงๆ ก็ต้องมีการขยับเทขายพันธบัตรแน่นอน
ทั้งหลายทั้งปวงจึงยังเป็นแค่การโหมโรง ลองเชิงของอเมริกันที่ออกมา
ของจริงต้องรอว่าจะหยุดกันแค่นี้ หรือจะขยายวงไปเรื่อยๆ
จีนพร้อมทำสงครามเพื่อระงับสงครามแน่นอน







