
จับต่างด้าวค้ามนุษย์ 3 ราย
ปคม.จับต่างด้าวลวงเด็กสาวอายุ 17 ค้ากามคาราโอเกะ ปราจีนบุรี
ปคม.จับต่างด้าวลวงเด็กสาวอายุ 17 ค้ากามคาราโอเกะ ปราจีนบุรี
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ตุลาคม นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผกก.2 บก.ปคม.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นางเดือน ไม่ทราบชื่อสกุล อายุ 23 ปี สัญชาติพม่า นายไล้ หรือวโรดม ขยันการ อายุ 27 ปี และนายธนวัฒน์ บุญรอง อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2245-2247/2553 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2553 ข้อหาร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปค้ามนุษย์ ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร โดยใช้อุบายหลอกลวง ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก
พร้อมของกลางเงินสด 38,700 บาท โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส สีดำ ทะเบียน ฎจ 8760 กทม.บัตรประชาชนปลอมในชื่อ น.ส.พัชรี พัฒนปรีดากุล คูปองค่าตัวเด็ก 42 ใบ บัตรค่าตัว 40 ใบ สมุดบัญชี 3 เล่ม บิลค่าตัวอีกจำนวนหนึ่ง จับกุมได้ที่บ้านแม่อุไร อพาร์ทเม้นท์ เลขที่ 2566 ซอยลาดพร้าว 71 แขวงและเขต ลาดพร้าว กทม.
นายอิสสระ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจาก น.ส.อุ้ย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี หนึ่งในผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปคม.ว่า ถูกนางเดือน นายไล้ และนายธนวัฒน์ หลอกลวงและบังคับให้ค้าประเวณีที่ “ร้านสไปซี่คาราโอเกะ” อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยยังมีเพื่อนผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกหลอกลวงมาเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้พวกตนถูกพาไปกักขังตัวไว้ที่บ้านแม่อุไร อพาร์ทเม้นท์ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาและสามารถติดตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเหลือหญิงสาวผู้เสียหายได้อีก 7 ราย เป็นคนไทย 4 ราย ชาวลาว 1 ราย และพม่า 2 ราย ทั้งหมดถูกขังโดยใส่กุญแจล็อกไว้ที่ด้านนอกประตู รวม 2 ห้องพัก
นายอิสสระ กล่าวต่อว่า หลังจากจับกุมผู้ต้องหาและช่วยเหลือผู้เสียหายแล้ว ทางชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมเข้าตรวจค้นร้านสไปซี่ คาราโอเกะ โดยพบว่าเป็นร้านที่ลักลอบค้าประเวณี มีการจัดห้องนอนไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ มีให้เลือกแบบชั่วคราวกับค้างคืน ในราคาตั้งแต่ 500-1,500 บาท หรือหากแขกคนไหนต้องการพาหญิงสาวไปข้างนอกก็มีโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้กันเปิดให้บริการ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดคูปองค่าตัวและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายในร้านดังกล่าว อย่างไรก็ดี ทางชุดสืบสวนเชื่อว่ากรณีนี้น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย โดยเฉพาะนายหน้าซึ่งเป็นผู้พาผู้เสียหายลักลอบเดินทางเข้าประเทศไทยซึ่งจะต้องประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้ให้หมดสิ้นไป
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า มีหน้าที่พาหญิงสาวไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของร้านและไม่ได้บังคับให้หญิงสาวค้าประเวณีโดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอใจระหว่างลูกค้ากับหญิงสาว ขณะที่ นางเดือน รับว่าเป็นชาวพม่า ส่วนบัตรประชาชนในชื่อ น.ส.พัชรี พัฒนปรีดากุล นั้น มีผู้ดำเนินการจัดหามาให้เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่หากถูกเรียกขอตรวจสอบ ทั้งนี้ ชุดจับกุมได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม.รับไว้ดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมต่อไป







