posttoday
พท.จี้ คสช. ยกเลิกคำสั่ง 53/2560 ซัด เลิกปูทาง กลับสู่อำนาจ

พท.จี้ คสช. ยกเลิกคำสั่ง 53/2560 ซัด เลิกปูทาง กลับสู่อำนาจ

05 เมษายน 2561

"เพื่อไทย" จี้ คสช. ยกเลิกคำสั่ง 53/2560 ชี้ สร้างความเสียหายต่อ พรรคการเมือง เลิกปูทาง กลับสู่อำนาจอีกครั้ง

"เพื่อไทย"  จี้ คสช. ยกเลิกคำสั่ง 53/2560 ชี้ สร้างความเสียหายต่อ พรรคการเมือง เลิกปูทาง กลับสู่อำนาจอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรค นายนพดล ปัทมะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงข่าว กรณีเรียกร้องให้คสช.ยกเลิกคำสั่ง 53/25560

โดยนายชูศักดิ์ ได้อ่านแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย เรื่อง "ความเสียหายจากการใช้อำนาจตามมาตรา 44 โดยอำเภอใจเพื่อประโยชน์ทางการเมือง"  มีเนื้อหาว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ได้ประกาศใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นมา และมีบทบัญญัติรับรองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์กรต่างๆ ที่ชัดเจน แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่า หัวหน้า คสช. ได้อาศัยมาตรา 265 ประกอบมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่งที่มีผลเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นและล่วงล้ำเข้าไปใช้อำนาจขององค์กรอื่นอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนส่งผลกระทบต่อระบบกฎหมายและระบบการเมืองการปกครองอย่างมีนัยสำคัญ ดังเช่น การออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ยกเลิกและแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย 

พรรคการเมือง พ.ศ.2560 บางมาตราถึงขั้นส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมอย่างกว้างขวาง  ทั้งที่ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นเพียงพอที่ต้องดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นได้ยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน จนในที่สุดผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เห็นว่า การมีอำนาจตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง และไม่สมควรเลยที่จะมีการใช้มาตรา 44 ที่ไม่มีระบบตรวจสอบ และไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ และหากมีการใช้ ก็ต้องอยู่ภายใต้บริบทของรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้ามการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมาหลายครั้งหลายหน ได้สร้างความเสียหาย มีผลกระทบต่อคุณค่าแห่งความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดต่อหลักนิติธรรม ก่อให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ กระทบกลไกแห่งระบบกฎหมายของประเทศ พรรคจึงขอแสดงความคิดเห็นและข้อเรียกร้อง ดังนี้

1.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ดังเช่นกรณีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 และคำสั่งอื่นอีกหลายเรื่องนั้น นอกจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลและไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมแล้ว ข้อสำคัญเป็นการใช้อำนาจของคนๆ เดียว ไปแก้ไขกฎหมายซึ่งผ่านการตราขึ้นโดยรัฐสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ผ่านความเห็นชอบของศาลรัฐธรรมนูญและพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว อีกทั้งกฎหมายดังกล่าวเพิ่งประกาศใช้เพียงสองเดือนเศษเท่านั้น ทั้งนี้หากมีการแก้ไขก็ควรเสนอให้ สนช. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงพิจารณาดำเนินการได้ แต่กลับใช้อำนาจตนเองโดยลำพัง ทั้งยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะใช้อำนาจดังกล่าว จึงไม่อาจมองเป็นอย่างอื่นได้ว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 นั้น แท้ที่จริงก็เพื่อต้องการทำลายพรรคการเมืองเดิม และช่วยเหลือสนับสนุนพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เพื่อรองรับการสืบทอดอำนาจของตนเอง ตามที่พรรคได้เคยมีถ้อยแถลงไปแล้ว

2.การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. ที่ผ่านมา มีลักษณะที่อาจถือได้ว่าเป็นการ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ลุแก่อำนาจ ขาดการกลั่นกรองตรวจสอบและไร้เหตุผลที่ชอบธรรมรองรับ  บางเรื่องมีสภาพผิดเพี้ยนขัดแย้งกันเอง เกิดปัญหาในทางปฏิบัติตามมามากมาย โดยเฉพาะการออกคำสั่งที่ 53/2560 เห็นเจตนาได้ว่าต้องการสร้างผลกระทบและปัญหาให้เกิดกับพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม  แต่เอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ รวมถึงพรรคที่ต้องการสนับสนุนให้ตนเองได้สืบทอดอำนาจต่อไปด้วย เนื้อหาของคำสั่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรคและพรรค ดังเช่นการยกเลิกและสร้างเงื่อนไขกับสมาชิกพรรคที่มีอยู่เดิมและการยุบสาขาพรรคที่มีอยู่เดิมทั้งหมด ทั้งที่ไม่มีเหตุผลใดรองรับ กระทบต่อสิทธิและผลประโยชน์ของสมาชิกและพรรคการเมืองที่มีอยู่และได้มาโดยชอบตามบทบัญญัติของกฎหมาย ที่สำคัญเท่ากับหัวหน้า คสช. สามารถแก้ไขหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ซึ่งบัญญัติรับรองสถานะของสมาชิกพรรคและสาขาพรรคการเมืองที่มีอยู่แต่เดิมได้โดยลำพัง โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ทั้งสองเรื่องได้สร้างปัญหาให้กับพรรคการเมืองเดิมอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น รวมถึงการเพิ่มเงื่อนไขให้พรรคการเมืองจัดตั้งสาขาพรรค และการจัดประชุมใหญ่ที่ยากขึ้น โดยจะทำได้ต่อเมื่อได้มีการยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 แล้ว แต่การจะยกเลิกประกาศและคำสั่งดังกล่าวก็ต่อเมื่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบว่าร่างกฎหมายนี้ สนช. ก็ขยายเวลาบังคับใช้อีก 90 วัน และยังมีการ     ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญด้วย การออกคำสั่งนี้จึงเป็นขัดขวางการปฏิรูปพรรคการเมืองที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน  สร้างความยุ่งยากในทางปฏิบัติทุกอย่างให้แก่พรรคการเมืองเดิมเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกตน และพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนพวกตนเท่านั้น

3. การที่รัฐบาลออกมายอมรับว่าคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 ที่ประกาศใช้  มีปัญหาในทางปฏิบัติ มีความขัดแย้งกันเอง  และแถลงว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางธุรการ และจะดำเนินการแก้ไขคำสั่งดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความไม่รอบคอบและความไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในการออกคำสั่ง ทั้งๆ ที่คำสั่งที่ 53/2560 ข้อ 1 ที่แก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองในมาตรา 141 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า  การจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค และการเลือกหัวหน้าพรรค ฯลฯ ให้กระทำภายใน 90 วันนับแต่วันมีการยกเลิกประกาศฉบับที่ 57/2557  และคำสั่งที่ 3/2558  เท่ากับเป็นการแถลงขัดต่อสิ่งที่ตนกำหนดไว้เองในคำสั่งที่ 53/2560

4. พรรคเพื่อไทยขอเสนอว่า การที่จะคงคำสั่งที่ 53/2560 ไว้ต่อไป ย่อมจะก่อให้เกิดความเสียหายและมีผลกระทบต่อพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิม และสร้างปัญหาในทางปฏิบัติอีกมากมายหลายประการ ไม่เป็นผลดีต่อระบบการเมือง เป็นเรื่องที่สร้างความเสียหายเป็นอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองต้องถูกยุบสาขาพรรค สมาชิกพรรคการเมืองต้องมายืนยันความเป็นสมาชิกด้วยความยากลำบาก  กระบวนการจัดทำนโยบายของพรรคการเมืองที่ต้องรับฟังความเห็นจากสมาชิก ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง  การคงคำสั่งที่ 53/2560 ไว้ จึงเป็นอุปสรรคอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง อีกทั้งไม่ได้สร้างบรรยากาศที่ดีในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จึงควรที่จะได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเสียและให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่บัญญัติไว้เดิม โดยให้ระยะเวลาดำเนินการของพรรคการเมืองเริ่มจากวันที่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าว

นอกจากนั้น พรรคเห็นว่า ไม่มีเหตุผลและความจำเป็นใดที่ คสช. จะยังคงข้อห้ามมิให้พรรคการเมืองดำเนินกิจการทางการเมืองตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 รวมถึงข้อห้ามตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 อีกต่อไป เพราะพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองได้ประกาศใช้มาตั้งแต่ 8 ตุลาคม 2560 จนถึงปัจจุบัน กลับไม่มีผลในทางปฏิบัติ พรรคยังไม่สามารถจัดประชุมหรือดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายพรรคการเมืองดังกล่าวได้ การคงประกาศและคำสั่งดังกล่าวไว้ ทำให้เห็นว่า คสช. ทำตัวอยู่เหนือรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกาศและคำสั่งของ คสช. มีค่ามากกว่ากฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภา เป็นความผิดเพี้ยนของระบบและหลักการทางกฎหมายของประเทศหรือเรียกได้ว่ามีการโกงกฎหมาย ทางออกที่ดีที่สุดคือจะต้องยกเลิกประกาศและคำสั่งดังกล่าวเสียโดยเร็ว

พรรคเพื่อไทยเห็นว่า คสช. ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้บรรยากาศของบ้านเมืองเดินไปตามครรลองแห่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพได้อย่างปกติ โดยเฉพาะหัวหน้า คสช. ต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เหมือนกับที่เรียกร้องให้ประชาชนต้องทำตามกฎหมาย และยุติการใช้อำนาจตามมาตรา 44 และยุติการกระทำใดๆ โดยมีผลประโยชน์ทางการเมืองแอบแฝง โดยพรรคจะติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. อย่างใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายภูมิธรรม กล่าวว่า อยากฝากถึงนายกฯว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องมากหรือเป็นเพียงเรื่องธุรการ แต่นายกฯยังให้มีการทำลายสถาบันพรรคการเมืองของประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง จึงอยากให้มีการไตร่ตรอง เพราะเดินมาถึงช่วงสุดท้ายของการยึดอำนาจแล้ว จึงควรรีบคืนอำนาจ

ขณะที่นายจาตุรนต์ กล่าวว่า 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงให้เห็นว่าต้องการเป็นนายกฯคนนอก อยากเป็นนายกฯต่อหลังการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้เกิดอุปสรรคต่อนักการเมือง จึงอยากขอเรียกร้องว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ อยากเป็นนายกฯก็อยากไป ให้ยุติความคิดคงไม่ได้ แต่ให้ยุติการกระทำที่ทำลายระบบการเมือง กระบวนการทำลายประเทศชาติ เที่ยวไปขู่พรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนนายกฯคนนอก พูดเหมือนว่าหลังเลือกตั้งจะมีผลอย่างไร

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69