
ิผู้กล้าทำดี
น่าจะทบทวนถี่ถ้วนแล้วสำหรับการลุกขึ้นมาแสดงพลังและจุดยืนถึงความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับลักษณะการบีบบังคับหักเงินเบี้ยเลี้ยง
โดย...สลาตัน
น่าจะทบทวนถี่ถ้วนแล้วสำหรับการลุกขึ้นมาแสดงพลังและจุดยืนถึงความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับลักษณะการบีบบังคับหักเงินเบี้ยเลี้ยงนายตำรวจจำนวน 11 นายของ สน.พหลโยธิน หลัง “จ่าโอ๋” จ.ส.ต.เลอศักดิ์ นนท์ขุนทด ผบ.หมู่งาน สส.สน.พหลโยธิน ตัดสินใจเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ตามข้อมูลว่า ถูกสารวัตรสืบสวน สน.พหลโยธิน 2 นาย ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการขอหักเงินเบี้ยเลี้ยงจากตำรวจชั้นผู้น้อย เพื่อไปจัดหาซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งในห้องสืบสวนของ สน.พหลโยธิน
ไม้เด็ดที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ แนบเป็นหลักฐานคือบทสนทนาในกลุ่มไลน์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ใจความว่า “แจ้งทีมงานสืบสวนทุกคนทราบกรณีเงินด่านมั่นคงนั้น พหล 41 42 ได้พิจารณาร่วมกันแล้วให้ดำเนินการดังนั้น เงินรวม 52,800 บาท และเนื่องด้วยมีความเดือดร้อนส่วนรวมในห้องสืบคือ แอร์ห้องในสุดเสียทำให้เดือดร้อนทุกคน ดังนั้นผู้บังคับบัญชาต้องนำเงินส่วนนี้มาสนับสนุน เนื่องด้วยเพราะผู้ประกอบการช่วงนี้ฝืดเคือง ดังนั้นขอจัดสรรดังนี้ ให้แบ่งชั้นประทวนทุกนายคนละ 2,500 บาท จำนวน 11 คน รวม 27,500 บาท คงเหลือไว้ซื้อแอร์ 52,800-27,500 = 25,300 บาท” ทั้งหมดเป็นข้อความในกลุ่มไลน์ที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ ส่งแนบเป็นหลักฐาน
ทว่าไปก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับสารวัตรทั้งสองท่านที่ถูกอ้างถึงว่าเรียกเก็บเงินจากตำรวจชั้นประทวนทั้ง 11 นาย อาจมีความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนกันไปหรือไม่ คำสั่งคลุมเครือไม่ชัดเจนจนไปสู่ความงุนงงในคำสั่งลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตไปในตอนนี้ ส่วนนี้ก็ต้องตรวจสอบว่าไปตามขั้นตอนของระเบียบวินัยของตำรวจเอง
ให้สิ้นกระแสความ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ให้ดำเนินการตามตรวจสอบข้อบกพร่องทางวินัย โดยเป็นหน้าที่ของ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ากรณีที่มีการหักเงินหรือบริจาคเงินเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ โดยหลักการสามารถทำได้เป็นเพียงแค่การบริจาคธรรมดาเท่านั้น เนื่องจากไม่ได้มีการไปหักเงินในบัญชีของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแต่อย่างใด เงินเข้าบัญชีของตำรวจทุกนายที่บริจาค
ในฐานะคนนอกวงการสีกากี มองว่าสิ่งที่ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ เรียกร้องขอความเป็นธรรมเป็นเรื่องดีที่ไม่จำนนต่อความไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะควร แม้ตอนนี้อาจดูเหมือนถูกลอยแพว้าเหว่อยู่หัวเดียว แต่สิ่งที่ทำจะสะท้อนให้ทุกคนเห็นว่าอะไรที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจน ไม่สมควร อย่ายอมเพราะจำใจเกรงกลัวจนลืมความถูกต้อง เรื่องนี้เชื่อได้ว่าไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นกับ สน.พหลโยธิน เพียงแห่งเดียว แต่ยังมีอีกหลายโรงพักอาจต้องจำใจหรือโดนแบบ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ แต่ไม่กล้าลุกขึ้นมาโต้แย้ง
แม้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ อาจถูกมองเป็นแกะดำในตอนนี้ แต่ผลลัพธ์ที่สะท้อนกลับมาสู่เพื่อนตำรวจทั่วประเทศได้รับคือตอนนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการมาแล้วว่ากรณีวัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานขาดแคลนอะไรให้ประมวลเรื่องส่งไปที่ ผบ.ตร. เพื่อนำเสนอรัฐบาลต่อไปได้เลย ถือเป็นมิติดีที่ตำรวจจะได้รับ โรงพักใดขาดแคลนสิ่งไหนทำเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาไปเลย ไม่ต้องไปเรี่ยไรให้เกิดปัญหาเหมือนกรณีที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ตำรวจบางนายอาจมีภาระอื่นๆ จำนวนมากต้องรับผิดชอบ ก็ต้องนึกถึงใจเขาใจเราเท่านั้น
เข้าใจว่าตอนนี้ จ.ส.ต.เลอศักดิ์ คงได้ทั้งก้อนหินและดอกไม้ แต่การกระทำเป็นเครื่องบ่งชี้ความดีความตั้งใจ ไม่อยากให้เสียกำลังใจเสียงาน ขอให้ตั้งใจยึดมั่นในการทำดีต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชนและครอบครัวของท่านเองนะจ่าโอ๋







