
ซิโน-ไทยฯเล็งเรียกค่าเสียหายก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้า
ซิโน-ไทยฯเล็งเรียกค่าเสียหายสภาฯหลังต้องสำรองขาดทุน 3,000 ล้านบาท เหตุทำก่อสร้างล่าช้า เผยสรุปชัดเจนเม.ย.นี้
ซิโน-ไทยฯเล็งเรียกค่าเสียหายสภาฯหลังต้องสำรองขาดทุน 3,000 ล้านบาท เหตุทำก่อสร้างล่าช้า เผยสรุปชัดเจนเม.ย.นี้
นายพีระ นาควิมล ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้าง กล่าวถึงการสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า การต่อสัญญา บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ได้อยากขยาย เพราะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกอย่างในแต่ละวันอยู่ที่วันละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นการต่อสัญญาทั้งน้ำตา เพราะทำงานไม่ได้แต่มีค่าใช้จ่ายทุกวัน รวมเวลาที่ขยาย 1,400 วัน เป็นเงิน 1,400 ล้านบาท
ส่วนราชการเองก็ต้องเสียเงินค่าน้ำค่าไฟให้สำนักงานแต่ละที่รวม 10 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้น การต่อสัญญาจึงไม่เกิดผลดีทั้งต่อภาครัฐและเอกชน ส่วนจะดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากฝ่ายการเมืองฐานหมิ่นประมาทหรือไม่นั้น เมื่อไรก็ตามที่เข้าเจตนาพิเศษ คือ สร้างความเสียหาย หรือก่อให้เกิดความเกลียดชัง บริษัทคงไม่รีรอ
"สัญญา 900 วัน กับพื้นที่ก่อสร้างเกือบ 5 แสนตารางเมตร เป็นเรื่องที่ท้าทายหลักวิศวกร เราไม่เคยคิดว่าจะเกิดปัญหาที่สร้างความเสียหาย จนถึงขั้นต้องเตรียมการสำรองการขาดทุนไว้ 3,000 ล้านบาท และเราจะเตรียมเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานฯ เพราะนับถึงการขยายเวลาครั้งที่ 2 เราแจ้งยอดไปที่ 1,673 ล้านบาท ส่วนการต่อสัญญาครั้งที่ 3 จะเรียกเท่าไรนั้น บริษัทจะสรุปได้ในเดือนเม.ย.นี้ เมื่ออาคารก่อสร้างแล้วเสร็จก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่กังวล คือ การทดสอบไฟที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งคิดเป็นการใช้ไฟ 2 อำเภอพร้อมกัน โดยค่าขอใช้ไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อทดลองจะตกอยู่ที่ 30 ล้านบาท"นายพีระ ระบุ
ขณะที่ น.ส.พรรษมนต์ ไทยวัฒนานุกูล รองเลขาธิการสำนักงานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ว่า ผู้ชนะการออกแบบ กิจการร่วมค้า สงบ.1051" ได้ออกแบบระบบไอทีพื้นฐานของอาคารไว้ เช่น เรื่องท่อสาย ระบบสวิตซ์ แต่ไม่รวมแอพพลิเคชั่น คือ ระบบการลงคะแนน การนับคะแนนในที่ประชุม มูลค่า 3,000 ล้านบาท และหากถามว่าสามารถทำตามที่ สงบ. ออกแบบไว้ได้หรือไม่ คำตอบ คือ ได้ แต่ใช้อาคารไม่ได้ เพราะไม่มีระบบรองรับการประชุมเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น ทั้งระบบ Data Center ห้อง NOC , SOC และศูนย์ข้อมูลสำรอง
น.ส.พรรษมนต์ กล่าวว่า จึงเป็นที่มาให้จ้างบริษัท เมอร์ลินส์ โซลูชั่น อินเตอร์แนชั่นนัล จำกัด มาทบทวนแบบที่ สงบ. ออกแบบไว้ ทำให้จากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิทัล เช่น การเพิ่มเติมจุดกระจายสัญญาณ กล้องวงจรปิด วางระบบรักษาความปลอดภัยด้านไอที ใช้ระบบตรวจสอบลายนิ้วมือก่อนลงคะแนน เพื่อแก้ปัญหาทีผ่านมา จอในห้องประชุมแสดงผลระดับ 4K รวมงบไอทีที่เพิ่มขึ้นมา คือ 6,400 ล้านบาท เพื่อมุ่งสู่รัฐสภาในระบบดิจิทัล ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0
"ซึ่งยืนยันว่าราคาจะยึดตามสเปคของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยกเว้นแต่พวกสมรรถนะสูง เช่น ห้อง Data Center ห้อง NOC , SOC โดยเรื่องแบบไม่ใช่ความผิดของ สงบ. เนื่องจากเขามองระบบไอทีในขณะนั้น ซึ่งระบุให้ทางสำนักงานไปหาหมวดระบบไอทีและโสตเพิ่มเติมทีหลังอีก 10 รายการ" น.ส.พรรษมนต์ กล่าว
ด้าน นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการฯ กล่าวว่า มีเวลาเหลืออีกไม่ถึง 1 ปี ต้องย้ายจากอู่ทองไปรัฐสภาแห่งใหม่หมด จึงมีความจำเป็นต้องของบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งานอาคารมีความสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรออนุมัติจากคณะรัฐมตรี (ครม.) ซึ่งการวางระบบไอซีทีและโสตทัศนูปกรณ์ ในอาคารต้องทำควบคู่กัน
"การทำภายหลังต้องรือทุบ จะทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งหากงบประมาณมาไม่ทันก็อาจต้องขอขยายเวลา ซึ่งผู้รับจ้างจะตกลงหรือยกเลิกยังไม่รู้ เพราะทางบริษัท ซิโน-ไทย เองก็เคยเรียกร้องสิทธิในการเรียกความเสียหายมาแล้วหลายครั้ง แต่ผมก็ยืนไปว่าไม่จ่าย ที่ผ่านมาความล่าช้าที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ทางสำนักงานฯก็มีการตั้งกรรมการสอบไปบ้างตามที่ทราบกัน"นายสรศักดิ์ ระบุ







