
บทเรียนจากหมีขาว
โลกกำลังจับตาสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีน ท่ามกลางความวิตกจะส่งผลกระทบในวงกว้าง
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โลกกำลังจับตาสงครามการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐกับจีน ท่ามกลางความวิตกจะส่งผลกระทบในวงกว้าง
แต่ถ้าย้อนกลับไปดูในอดีต สหรัฐเคยทำอย่างนี้กับญี่ปุ่นมาแล้ว และกำลังจัดการกับจีนอีก ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
เพราะการเปิดศึกกับประเทศที่ใหญ่พอกัน ขนาดพอกัน ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ ก็คือการที่สหรัฐกับชาติตะวันตกเปิดศึกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ รัสเซีย ในประเด็นปัญหายูเครน เมื่อปี 2557
สหรัฐจับมือสหภาพยุโรป (อียู) คว่ำบาตรต่อรัสเซียในทุกภาคส่วน ทั้งจำกัดการเข้าถึงตลาดทุนในยุโรป จำกัดเทคโนโลยีในการพัฒนาแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ การห้ามซื้อขายอาวุธกับรัสเซีย โดยคว่ำบาตรทั้งตัวบุคคล สถาบันการเงิน องค์กรของรัสเซีย
ผลที่ตามมาคือเศรษฐกิจของรัสเซียถึงขั้นซวนเซ
ที่กระทบทันทีคือค่าเงินและตลาดหุ้นรัสเซีย โดยค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียอ่อนตัวลงกว่า 50% จนธนาคารกลางของรัสเซียต้องทุ่มเงินมหาศาลเข้ามาพยุงค่าเงิน
เศรษฐกิจของรัสเซียหลังการคว่ำบาตรอยู่ในสภาพติดลบ ค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อถีบตัวขึ้น
หนี้ของภาคธนาคารและภาคธุรกิจของรัสเซีย ที่ยืมเงินจากธนาคารในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ประมาณ 7.32 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่สามารถต่ออายุ ต้องหาแหล่งเงินกู้ใหม่
และการที่ค่าเงินรูเบิ้ลที่อ่อนค่าลงอย่างมากก็ทำให้ลูกหนี้ชาวรัสเซียที่มีหนี้สกุลเงินตราต่างประเทศยิ่งมีภาระการชำระหนี้ที่สูงมากขึ้น
รัสเซียยิ่งเผชิญกับภาวะชะตาทรามจากราคาน้ำมันตลาดโลกตกต่ำ ที่ยิ่งทำให้เศรษฐกิจถดถอย เนื่องจากสินค้าส่งออกหลักคือน้ำมัน
แต่ทว่ารัสเซียก็ไม่ยอม และตอบโต้กลับบ้าง โดยเฉพาะกับบรรดาชาติสมาชิกอียู จนกระทั่งอียูประกาศจะเลิกคว่ำบาตรในไตรมาสแรกของปีนี้
สาเหตุเพราะอียูก็เจ็บตัวจากการคว่ำบาตรเช่นกัน
รัสเซียไม่เป็นเพียงแต่ประเทศที่ส่งออกก๊าซ น้ำมันไปยังอียูมากสุดแล้ว แต่ยังซื้อสินค้าจากอียูมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะสินค้าเกษตร
เมื่อรัสเซียถูกคว่ำบาตรจากอียู รัสเซียจึงตอบโต้ด้วยการคว่ำบาตรสินค้าจากอียูเช่นกันโดยเฉพาะสินค้าเกษตร
ผลที่ตามมาก็คือราคาสินค้าเกษตรในอียูตกต่ำอย่างหนัก จนเกษตรกรต้องออกมาประท้วง และอียูต้องจัดสรรเงินช่วยเหลือเพื่อพยุงราคา
เท่าที่ประเมิน มาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อรัสเซีย ทำให้อียูต้องสูญเสียมูลค่าการส่งออกไปราวๆ 2.1 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 7.8 แสนล้านบาท
ทั้งหมดทำให้ชาติสมาชิกของอียู เริ่มมีความเห็นแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ทำให้ต้องหาทางยุติการคว่ำบาตร เหลือเพียงอเมริกาที่ยังคงมาตรการเดิมและจะเพิ่มมาตรการใหม่ขึ้นมาอีก
แต่นาทีนี้ผลจากการคว่ำบาตร แทนที่จะทำให้รัสเซียอ่อนแอลง ในทางตรงกันข้ามก็กลับทำให้รัสเซียแข็งแรงขึ้น
เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ น่าติดตามเทียบเคียงในสถานการณ์ปัจจุบัน
เป็นอย่างไร โปรดติดตามในตอนต่อไป







