posttoday
ทรัมป์จะหัวคว่ำ?

ทรัมป์จะหัวคว่ำ?

27 มีนาคม 2561

เหมือนประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอย เมื่อสหรัฐประกาศนโยบายตอบโต้ทางการค้าจีน ด้วยการจะขึ้นภาษีสินค้าวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เหมือนประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอย เมื่อสหรัฐประกาศนโยบายตอบโต้ทางการค้าจีน ด้วยการจะขึ้นภาษีสินค้าวงเงิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนหน้านี้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว สหรัฐเคยเล่นงานญี่ปุ่นในลักษณะเช่นเดียวกัน เนื่องจากแข่งขันกับญี่ปุ่นไม่ได้

หมัดน็อกที่สหรัฐจัดการญี่ปุ่น คือ การกดดันให้ค่าเงินเยนแข็ง และทำให้เงินดอลลาร์อ่อนลง จนนำไปสู่จุดเริ่มต้นของวิกฤตเศรษฐกิจญุี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐจะเล่นงานจีนให้อยู่ในสภาพเดียวกับญี่ปุ่น คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

สาเหตุสำคัญเพราะจีนใหญ่เกินไป และมีความแข็งแกร่งเกินไป

เริ่มจากการนำประเทศของจีน อยู่ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ฯ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ จึงสามารถกำหนดนโยบายในระยะยาว มีการปฏิบัติที่ต่อเนื่อง

ผู้นำของจีนยังมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปิดทางให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ดำรงตำแหน่งแบบไม่มีวาระ และอาจทำให้อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปได้ถึง 20 ปี

เรียกว่ามาถูกที่ถูกเวลา 

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ได้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจในการนำพาจีนไปสู่ยุคใหม่ โดยหันมาสร้างกำลังซื้อภายในประเทศ ไม่พึ่งพาการส่งออกอย่างเดียว

จากที่จีนเคยเป็นโรงงานของโลก ก็จะกลายเป็นตลาดใหญ่ของโลก ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท สร้างสังคมคนชั้นกลาง

จีนจะเป็นตลาดที่ใหญ่มีอำนาจซื้อมากสุดในโลก ถ้าสหรัฐมีเรื่องกับจีน ก็ต้องพลาดโอกาสในการเข้าถึงตลาดขนาดมหึมานี้

และแน่นอนว่าจีนจะคงสถานะเป็นแหล่งลงทุนของต่างชาติ รวมถึงนักลงทุนสหรัฐ

การที่สหรัฐเล่นงานสินค้าจีน ไปๆ มาๆ ก็อาจไปกระทบกับผลประโยชน์ของบริษัทอเมริกัน

นอกจากนั้น จีนยังเป็นเจ้าหนี้อันดับ 1 ของสหรัฐ จากการถือครองพันธบัตรสหรัฐมากสุดในโลก ตัวเลขล่าสุดเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ถือครองพันธบัตรสหรัฐมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1.17 ล้านล้านดอลลาร์

หากจีนตัดสินใจลดการซื้อหรือเทขายพันธบัตรสหรัฐ ผลกระทบที่จะเกิดทันทีถึงค่าเงินดอลลาร์ที่จะเสื่อมค่าลง และจะเป็นแรงกดดันทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องขึ้นดอกเบี้ย และผู้ที่จะได้รับผลกระทบคือคนชั้นกลางของอเมริกันที่อยู่ในภาวะหนี้สิน

ที่สำคัญจีนเป็นประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทหารอันดับต้นๆ จากการที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจีนเพิ่มงบประมาณทางการทหารอย่างมากมาย ตรงกันข้ามกับสหรัฐที่ตัดลดงบทหารลง

ประเทศในโลกนี้ที่จะงัดข้อกัน จึงไม่ได้วัดกันที่เฉพาะกำลังด้านเศรษฐกิจ แต่มีปัจจัยตัดสินกันด้วยที่กำลังทหารด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างในอดีตที่แม้ญี่ปุ่นเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก แต่ถูกอเมริกาบีบจนต้องยอมก็เนื่องจากญี่ปุ่นมีเฉพาะกำลังป้องกันประเทศเท่านั้น

ทว่าจีนไม่เหมือนญี่ปุ่น โดยจีนมีกล้ามใหญ่ไม่แพ้ใคร

จีนจึงเป็นเหมือนหินมหึมา ที่อเมริกายากจะกลืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท