
อีก2เดือนฟันขรก.โกงเงิน ย้ำต้องรอบคอบไม่ให้ศาลยกฟ้อง
"วิษณุ" คาดอีก 2 เดือนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุจริตโครงการเงินช่วยเหลือคนจน ด้าน ปปท.สรุปทุจริตคนจนแล้ว85%รวม104ล.
"วิษณุ" คาดอีก 2 เดือนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวทุจริตโครงการเงินช่วยเหลือคนจน ด้าน ปปท.สรุปทุจริตคนจนแล้ว85%รวม104ล.
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐ มนตรี เปิดเผยว่า การตรวจสอบทุจริตเงินช่วยเหลือคนยากจน คนไร้ที่พึ่ง โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พบความผิดในหลายจังหวัด คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้จะสามารถดำเนินการกับ เจ้าหน้าที่รัฐผู้กระทำความผิดได้
พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ผลการตรวจสอบทุจริตของศูนย์คนไร้ที่พึ่งและนิคมสร้างตนเองทั่วประเทศช่วงตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.-18 มี.ค. 2561 พบว่า มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตงบประมาณรวม 104.4 ล้านบาท คิดเป็น 85% ของงบศูนย์คุ้มครองฯ ใน 49 จังหวัด
ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว 7 จังหวัด คือ จ.ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน และอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 27 จังหวัด โดยได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนภายในสัปดาห์นี้
สำหรับพฤติการณ์การทุจริตมีหลายวิธีการ เช่น มีการปลอมเอกสารทั้งหมด ผู้มีรายชื่อไม่ได้รับเงินเลย มีการปลอมเอกสารบางส่วน มีทั้งผู้มีรายชื่อไม่ได้ รับเงินเลย และผู้มีรายชื่อไม่ได้รับเงินบางส่วน ผู้ได้รับเงินไม่ได้เป็นผู้ยากไร้ มีการนำเงินมาให้ผู้มีรายชื่อในช่วงที่มีการตรวจสอบ และแจ้งให้ผู้มีรายชื่ออ้างกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบว่าได้รับเงินครบถ้วน
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ป.ป.ท.ได้ลงพื้นที่ไปแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จ.อุดรธานี งบประมาณ 7 ล้านบาท นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จ.อุดรธานี งบประมาณ 5 ล้านบาท นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น งบประมาณ 11 ล้านบาท และนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จ.สตูล งบประมาณ 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ พฤติการณ์ที่ตรวจพบมีลักษณะการทุจริตเช่นเดียวกับศูนย์คุ้มครองฯ แต่มีลักษณะให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบของ ป.ป.ท.เพื่อดำเนินคดีอาญา มีการรายงานความคืบหน้ามาที่ตนเองและนายกฯ ทุกสัปดาห์ ล่าสุดตรวจสอบไปแล้วเกือบ 50 จังหวัด จาก 76 จังหวัด โดยในส่วนของคดีอาญาต้องทำให้รอบคอบเพื่อไม่ให้ไปถึงในชั้นศาลแล้วพิพากษายกฟ้อง
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า ในภาพ รวมทั้งหมดซึ่งมีการกล่าวหาพาดพิงถึงข้าราชการหลายคน ให้รอฟังผลสรุปจาก ป.ป.ท.ก่อน
ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกว่า 88 ล้านบาท ว่าสำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เข้าร่วมตรวจสอบที่มาที่ไปและเส้นทางการเงินของกองทุนนี้แล้ว
ขณะเดียวกัน ปลัด ศธ.ยังได้รายงานมาด้วยว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรง โดยจะมีการไล่ออกข้าราชการซี 8 จำนวน 1 รายที่รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริง ดังนั้นโทษวินัยร้ายแรงจะมีอยู่ 2 กรณี คือ ปลดออก กับไล่ออก ส่วนอีก 4 รายกำลังอยู่ในกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริง







