
ตรวจสุขภาพช้างสุรินทร์130เชือก
สัตวแพทย์จากองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์ลุยตรวจสุขภาพช้างกว่า 130 เชือกที่หมู่บ้านช้างสุรินทร์
สัตวแพทย์จากองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์ลุยตรวจสุขภาพช้างกว่า 130 เชือกที่หมู่บ้านช้างสุรินทร์
นางบุญนาค พงษ์ภมร ผอ.ส่วนการเงินและทรัพย์สินองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์ นำทีมสัตวแพทย์ขององการสวนสัตว์ฯกว่า 30 คน ตรวจสุขภาพช้างก่อนต่อสัญญาช้างจำนวน 130 เชือก ที่หมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลก ภายในศูนย์คชศึกษา บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อเข้าร่วมโครงการนำช้างคืนถิ่น ซึ่งในจำนวนนั้นมีช้างเร่ร่อนที่ควาญช้างนำเข้ามาร่วมโครงการใหม่เป็นปีแรกจำนวน 30 เชือก
ทั้งนี้ในส่วนช้างอีก 100 เชือกนั้นได้เข้ามาร่วมโครงการก่อนหน้าแล้ว 1 ปีที่ผ่านมา แต่ได้หมดสัญญาในโครงการช้างคืนถิ่น และจะต้องมีการต่อสัญญาปีต่อปี จึงได้มีการจัดให้มีการตรวจสุขภาพเพื่อต่อสัญญาใหม่ในวันนี้และวันพรุ่งนี้รวม 2 วันพร้อมกับช้างเร่ร่อนเชือกใหม่อีก 30 เชือกที่พึ่งเข้าร่วมโครงการฯดังกล่าว
อย่างไรก็ตามหลังจากการต่อสัญญาช้างแต่ละเชือกจะได้เงินเดือนประจำเชือกละ 8,000 บาท ต่อเดือน รวมทั้งมีบ้านพักคนเลี้ยงช้างและอาหารช้างบริการภายในหมู่บ้านช้างเลี้ยงใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมวิถีชีวิตของคนเลี้ยงช้าง ส่วนงบประมาณแต่ละปีนั้นได้งบสนันสนุนจากองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมป์และจากรัฐบาลคือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมส่วนหนึ่ง
ด้านนายโสภณ ดำนุ้ย ผอ.องค์การสวนสัตว์ กล่าวว่า อบจ.และจังหวัดสุรินทร์ต้องร่วมมือกันวางแผนเรื่องอาหารช้างและอาหารเสริม ซึ่งต้องเอื้อต่อสุขภาพช้างด้วย และควาญช้างจะต้องมีรายได้พออยู่ได้ไม่ต้องออกไปเร่ร่อนอีก ซึ่งจะมีการประสานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรวมถึงทัวร์ต่างๆและสปอนเซอร์สนับสนุน
นอกจากนี้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(ออป.) จะต้องปรับนโยบายใหม่ในการปลูกป่าอาหารช้างแทนการส่งเสริมปลูกยางพาราและยูคาลิปตัสในพื้นที่ป่าอาหารช้าง รวมทั้งปศุสัตว์และหน่วยงานอื่นๆต้องร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อให้ จ.สุรินทร์มี”อาณาจักช้าง”อย่างครบวงจร และในปี 2554 องค์การสวนสัตว์ฯจะของบประมาณให้เพียงพอกว่านี้และในอนาคต อาณาจักรช้างสุรินทร์น่าจะเป็นจริงได้อย่างแน่น่อน







