
เรียนรู้เพื่อนำไปแก้ไข
ผลจากกรณี “ป้าทุบรถ” ที่หมู่บ้านเสรีวิลล่า นำมาสู่การสั่งปิดตลาดทั้ง 5 แห่งในละแวกเดียวกัน
โดย...แสงตะเกียง
ผลจากกรณี “ป้าทุบรถ” ที่หมู่บ้านเสรีวิลล่า นำมาสู่การสั่งปิดตลาดทั้ง 5 แห่งในละแวกเดียวกัน เนื่องจากตั้งขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้สังคมได้รับรู้ว่าภายในตลาดยังมีอีกหลายปัญหาซุกซ่อนอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็นปัญหากลิ่น เสียง ขยะ ไปจนถึงการลักลอบขโมยไฟฟ้าใช้ และเรื่องของความไม่สะอาดถูกสุขอนามัย ปัญหาทั้งหมดกลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาเพียงเพราะ “ขวานด้ามเดียว”
หากใครมองว่าการสั่งปิดตลาดจะทำให้ปัญหายุติลงแล้วคงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ เพราะล่าสุดผู้ค้าในตลาดที่ถูกปิด ได้ย้ายออกมาเปิดท้ายรถกระบะตั้งร้านขายของอยู่ริมถนนทั้งสองฝั่ง จนเหลือช่องทางเดินรถวิ่งสวนกันได้เพียง 1 ช่องทาง
ผู้ค้าได้ทำการค้าขายปลาสด หมูสด และปรุงอาหารอื่นๆ อีกมาก สร้างความลำบากใจให้กับผู้อยู่อาศัยที่ห่างออกไปจากบ้านป้าทุบรถเพียง 50 เมตรเท่านั้น กระทั่งเจ้าของบ้านถึงกับขำไม่ออก ต้องโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเป็นกังวล ไม่คาดคิดว่าในที่สุดหน้าบ้านของตัวเองกำลังกลายเป็นตลาดนัดแห่งใหม่
แม้ว่าเรื่องนี้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตประเวศ ออกมาแจ้งว่า การที่กลุ่มผู้ค้าออกมาตั้งร้านขายริมถนนติดกับสวนหลวง ร.9 อาจเป็นพื้นที่ถนนส่วนบุคคล กทม.ไม่สามารถไปละเมิดสิทธิของเจ้าของพื้นที่และห้ามผู้ค้าทำการค้าขายได้ ซึ่งไม่อยากใช้ไม้แข็งด้วยวิธีจับปรับผู้ค้า แต่อยากใช้การพูดคุยให้เข้าใจตรงกันมากกว่า และได้เข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กลายเป็นเรื่องน่าแปลกที่เจ้าของบ้านต้องออกอาการงงงวยว่า
ผู้อำนวยการเขตประเวศไปคุยบ้านไหนมา เพราะไม่มีใครเข้ามาคุยด้วยหรือชี้แจงอะไรทั้งสิ้น ยิ่งเป็นการสะท้อนว่าปัญหายังไม่จบ หากเจ้าหน้าที่รัฐยังมีท่าทีอ่อนยวบยาบเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม การทำอาชีพค้าขายไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ ถ้าผ่านขั้นตอนได้รับการอนุญาตถูกต้องและไม่เดือดร้อนใคร คงไม่มีใครออกมาต่อว่าต่อขาน เพราะไม่มีเจ้าของบ้านที่ไหนอยากมีเรื่องมีราวกับแม่ค้า ไม่มีใครอยากถูกมองว่าเป็นคนใจแคบ แต่ด้านหนึ่ง
ผู้ค้าเองก็ควรสำนึกรับผิดชอบ เกรงใจผู้อื่นด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แต่อ้างทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง เพื่อให้ได้อยู่เหนือความเป็นระเบียบของบ้านเมือง
หากจะทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องด้วยการเจรจา ควรมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจ ลงพื้นที่ต่อเนื่อง และเข้าไปเจรจากับผู้ค้าทันทีที่เขามาจอดรถเปิดท้ายขายของอยู่ริมถนน หากใครยังฝ่าฝืนก็ต้องรับโทษจับปรับกันตามระเบียบ
เชื่อว่ายังมีตลาดอีกหลายแห่งมีปัญหาแบบเดียวกับหมู่บ้านเสรีวิลล่า เพราะไม่มีการแบ่งโซน หรือจัดโซนนิ่งการค้าขายแบบแยกประเภท ทำให้ภาพร้านค้ากำลังขายอาหารปรุงสำเร็จอยู่ติดกับแผงค้าวัตถุดิบหรืออาหารสดเป็นเรื่องคุ้นเคย ทั้งที่ผิดสุขลักษณะโดยสิ้นเชิง ทั้งยังก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธ์ุเชื้อโรค และสัตว์นำโรคต่างๆ เช่น หนู แมลงสาบ เข้ามาอยู่อาศัยกินเศษอาหารตกค้าง
ต้องยอมรับว่าปัญหาส่วนหนึ่งอยู่ที่คนซื้อด้วย หากคนซื้อเอาสะดวก คนขายก็ใช้วิธีขายแบบสะดวกเช่นกัน ซึ่งถ้าผู้ซื้อมองว่าการขายริมถนน บนทางเท้าเป็นเรื่องผิด เจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปฏิบัติงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้อำนวยการสำนักงานเขตทั่วกรุงเทพฯ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความไม่เป็นระเบียบ หากเป็นเช่นนี้ใครจะกล้าฝ่าฝืน ดังนั้น กรณีป้าทุบรถจึงเป็นบทเรียนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้และนำไปแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน







