
นิสิตผู้เปิดโปงโกงเงินคนยังไม่ขอรับโล่-ทุนป.โทรอผลสรุปข้อร้องเรียนอาจารย์ก่อน
ขอนแก่น-นิสิตผู้เปิดโปงโกงเงินคนจนยังไม่ขอรับรางวัลและทุนการศึกษาป.โทรอผลสรุปข้อร้องเรียนอาจารย์ทุบหลัง2ทีก่อนคาดจะทราบผล12มี.ค.61
ขอนแก่น-นิสิตผู้เปิดโปงโกงเงินคนจนยังไม่ขอรับรางวัลและทุนการศึกษาป.โทรอผลสรุปข้อร้องเรียนอาจารย์ทุบหลัง2ทีก่อนคาดจะทราบผล12มี.ค.61
น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคามหรือ มมส. ผู้ที่ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. เปิดเผยว่าสาเหตุไม่เดินทางไปรับทุการศึกษาและเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมส.เมื่อวันที่ 7มี.ค. เป็นการประสานที่ผิดพลาดและคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีอาจารย์และเจ้าหน้าที่ติดต่อกันมาซ้ำซ้อนกันและรวดเร็วเกินไป เดิมติดต่อให้มารับทุนการศึกษาวันนี้(8มี.ค.) แต่กลับมีอาจารย์อีกท่านแจ้งมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มี.ค.ว่าจะขอมอบรางวัล ทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นรางวัลเดียวกันหรือแยกกัน เพราะงานกำหนดจัดขึ้นที่คณะอีกทั้งทุนการศึกษาและเกียรติบัตรที่จะมอบให้โดยส่วนตัวและครอบครัวยังคงไม่ขอรับ เนื่องจากรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการ สภา มมส. ให้แล้วเสร็จเสียก่อน เพราะขณะนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการสอบสวนแล้วใน 4 ประเด็นหลักประกอบด้วยเรื่องการสั่งกราบเท้า,การทำร้ายร่างกาย,การไม่ให้การช่วยเหลือนักศึกษาในปกครองของตนเองและการละเมิดสิทธิ์นักศึกษา
“หนูรักในสถาบัน รักในคณะฯ รักในสาขาที่เรียนมา ที่ตัดสินใจไม่รับรางวัลครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด และหนูขอไม่พูดกับคณะครู ที่เปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของหนู เพราะตั้งแต่เด็กนอกจากจะต้องการเป็นทหารแล้ว ยังคงต้องการเป็นนักพัฒนาชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ คนเร่ร่อน คนยากคนจน จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชานักพัฒนาชุมชน โดยมีหัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ที่สอนเป็นเสมือนแม่อีกท่านหนึ่งที่คอยสั่งสอน ตลอดระยะเวลา 4 ปี พอหนูนำเรื่องที่่ไม่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็นำเรื่องมาบอก กลับถูกกระทำในลักษณะเช่นนี้ หนูจึงต้องออกมาเรียกร้องสิทธิ์และสิ่งที่ถูกต้องให้กับตัวเองและครอบครัวด้วยเช่นกัน ดังนั้นการออกแถลงการณ์ของคณะกรรมการ ที่มหาวิทยาลัยฯได้แต่งตั้งขึ้น โดยสภาคณาจารย์และองค์กรนิสิตมมส.ได้มาร่วมขับเคลื่อนในเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งคาดว่าจะออกในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (12 มี.ค.)” น.ส.ปณิดา กล่าว
น.ส.ปณิดา กล่าวต่ออีกว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากใจจริง ที่ให้กรสนับสนุนและให้กำลังใจตนเองและครอบครัวมาโดยตลอด วันนี้ได้ถูกยกให้เป็เนตไอดอล ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งก็ตกใจมาก เพราะมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ ครอบครัวและเพื่อนๆต่างพากันส่งมาให้ดูทุกวัน และยังคงมีข้อความผ่านสื่อฯ หรือข้อความที่ส่งมาให้ตนเอง จากหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชน รวมทั้งผู้ที่ติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ส่วนใหญ่ให้กำลังใจให้การสนับสนุนในสิ่งที่ทำไป เพราะถือเป็นการแสดงออกถึงการต่อต้านคอร์รัปชั่นและการกระทำที่นำคนผิดมาลงโทษ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นกับคนจน คนยากไร้ ผู้ป่วยโรคเอดส์ และผู้ตกทุกข์ได้ยาก กลุ่มคนเหล่านี้ ต้องการได้รับการช่วยเหลือแต่กลับมาถูกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการทำงานเพื่อชุมนและสังคม ตามที่ได้รับมอบหมายมากระทำผิดและทุจริตนำเงินช่วยเหลือไปใช้อย่างผิดประเภท ตรงนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.และ คสช. จะทำการสืบสอบสวนเอาคนผิดมาดำเนิคดีตามกฎหมายได้ทังหมด ซึ่งตนเองเชื่ออย่างนั้นว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นมีอยู่จริง
“หนูถูกสั่งสอนมาโดยตลอดในเรื่องของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะครอบครัวเน้นย้ำเสมอในเรื่องระเบียบวินัยและเรื่องของการทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยอมรับว่ากลัวและร้องไห้คนเดียวมาตลอดหลังจากที่ตัดสินใจร้องเรียนต่อ คสช. จนนำมาสู่การสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและมารู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่แต่เฉพาะที่ขอนแก่นแต่กระจายไปทั่วทั้งประเทศ เรื่องการสืบสวนก็ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำเต็มที่และนำความจริงมาเสนอต่อสาธารณชนนั้นได้รับทราบเพราะเป็นการกระทำกับคนยากคนจน คนยากไร้อย่างแท้จริง นักพัฒนาชุมชนไม่ควรที่จะทำมาแบบนี้ หนูไม่เสียใจที่เรียน มมส. ไม่เสียใจที่เรียน คณะมุนษยฯและสาขาวิชาพัฒนาชุมชน การออกมาร้องเรียนในสิ่งที่ผิดหนูคิดดีแล้ว ทำดีแล้ว และตั้งใจที่จะเดินหน้าสู้ต่อไปเพื่อตัวหนูเองและคนยากคนจน อีกอย่างถ้าเรารู้ว่าผิดถ้าเรายังคงทำต่อไปเหมือนกับว่าเราไม่ทำอะไรให้กับประเทศไทย เหมือนกับว่าเรานั้นไม่รักชาติอีกด้วย”น.ส.ปณิดา กล่าว
จากนี้ไปเหลือเวลาเพียงแค่ 2 เดือนที่จะต้องสำเร็จการศึกษา ขอทำหน้าที่นิสิต ลงพื้นที่ทำวิจัย เก็บข้อมูล ตามระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยฯ กำหนดเพื่อให้สำเร็จการศึกษาได้ทันพร้อมกับเพื่อนๆ ที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายโดยตลอดแม้จะถูกหลายหน่วยงานและสื่อมวลชนต่อว่าบ้าง แต่ก็ทำอย่างเต็มที่แล้ว จากนี้ไปขอมุ่งในเรื่องเรียนอย่างเดียว เพื่อให้สำเร็จการศึกษา และก้าวสู่การเป็นนักพัฒนาชุมชนที่ดี ตามที่ตั้งใจไว้.







