posttoday
ป.ป.ท.เผยได้เบาะแสเจ้าหน้าที่นอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งร่วมโกงเงินคนจน

ป.ป.ท.เผยได้เบาะแสเจ้าหน้าที่นอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งร่วมโกงเงินคนจน

07 มีนาคม 2561

เลขาฯป.ป.ทเผยได้รับเบาะแส เจ้าหน้าที่รัฐนอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งฯมีเอี่ยวทำเอกสารเท็จโกงเงินคนจน คาด 6 เดือนสรุปสำนวนส่งบอร์ดปปท.ชี้มูลความผิดได้

เลขาฯป.ป.ทเผยได้รับเบาะแส เจ้าหน้าที่รัฐนอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งฯมีเอี่ยวทำเอกสารเท็จโกงเงินคนจน คาด 6 เดือนสรุปสำนวนส่งบอร์ดปปท.ชี้มูลความผิดได้ 

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยการตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของป.ป.ท. ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ 15 ชุดปูพรมตรวจสอบทุกศูนย์ทั่วประเทศ โดยกำหนดพื้นที่ตรวจสอบเร่งด่วน 37 ศูนย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในหลายพื้นที่เกิดความมั่นใจเข้าให้เบาะแสข้อมูลสำคัญกับป.ป.ท. โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐนอกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตเบิกจ่ายเงินโดยนำสำเนาบัตรประชาชนของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับเงินช่ายเหลือไปยื่นขอเบิกจ่าย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานใด ขอเวลาการตรวจสอบเพื่อความชัดเจนก่อนกรณีหากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะรายงานหน่วยงานต้นสังกัดให้พิจารณาและดำเนินการทางวินัยต่อไป

พ.ต.ท.กรทิพย์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ซึ่งก่อนหน้านี้พล.อ อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม.ออกมาระบุว่า สิ้นเดือนมีค.นี้จะมีความชัดเจนในการลงโทษทางวินัยหากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นถือเป็นเรื่องดีที่ต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยคู่ขนานพร้อมกับการไต่สวนของป.ป.ท. และจากนี้ป.ป.ท.ก็จะประสานขอข้อมูลหรือรายชื่อเจ้าหน้าที่พม.ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวพันเพื่อนำไปประกอบการไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ป.ป.ท.เคยทำหนังสือขอข้อมูลดังกล่าวกับรักษาการปลัดพม.ไปแล้วซึ่งที่ผ่านมาพม.ได้ทยอยส่งรายละเอียด เอกสาร หลักฐานและข้อมูลมาให้ส่วนหนึ่งแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารทั้งหมด

หากหลักฐานยังไม่เพียงพอในการเสนอให้คณะกรรมการไต่สวนพิจารณาก็จะทำหนังสือขอเพิ่มเอกสารไปอีก ส่วนในวันพรุ่งนี้( 8 มี.ค) เวลา 9.30 น.บอร์ดป.ป.ท.จะนัดประชุมในเรื่องคดีดังกล่าวและพร้อมเสนอให้ตั้งคณะ อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงฯ 5 จังหวัด ประกอบด้วย หนองคาย บึงกาฬ ตราด น่าน และสุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะทยอยเสนอให้มีมติตั้งในจังหวัดอื่นที่มีปัญหาต่อไป

ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท) กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขศูนย์ฯที่มีพฤติการณ์เบิกจ่ายเงินผิดปกติยังอยู่ที่ 24จังหวัด และยอมรับว่าการตรวจสอบอาจจะล่าช้าเนื่องจากปปท.จะนำเอกสารเบิกจ่ายเงินมาตรวจทานกับบุคคลที่มีรายชื่อรับเงินว่าตรงกันหรือไม่ และเงินที่ได้รับเป็นจำนวนตรงกับที่เบิกจ่ายหรือไม่  ซึ่งเอกสารที่ต้องนำไปตรวจสอบมีเป็นจำนวนมากยังไม่รวมกับพยานบุคคลเกี่ยวข้องอีกหลายปาก

"คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 4-6เดือน จะสามารถสรุปสำนวนเสนอบอร์ดป.ป.ท.เพื่อให้ชี้มูลได้ว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ หากรายใดบอร์ดมีมติเห็นว่ามีความผิดอาญาจะส่งอัยการฟ้องคดีอาญา ส่วนรายผิดวินัยทางป.ป.ท. จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัดต่อไป โดยให้ใช้สำนวนของป.ป.ท.พิจารณาลงโทษได้เลยโดยไม่ต้องไปตั้งกรรมการสอบอีก"พ.ต.ท.วันนพกล่าว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง