
ตำรวจปปป.ถึงป่าทุ่งใหญ่สอบวิเชียรกับลูกน้องมัดเปรมชัยติดสินบน
กาญจนบุรี-ตำรวจปปป.ถึงป่าทุ่งใหญ่แล้วสอบคำให้การหัววิเชียรกับลูกน้องมัดเปรมชัยติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกจับกุมในคดีล่าสัตว์ป่า
กาญจนบุรี-ตำรวจปปป.ถึงป่าทุ่งใหญ่แล้วสอบคำให้การหัววิเชียรกับลูกน้องมัดเปรมชัยติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกจับกุมในคดีล่าสัตว์ป่า
เมื่อ7มี.ค.61 พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการ ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) และเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 นาย เดินทางไปที่ทำการสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อสอบคำให้การของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นายเปรมชัย
นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการบริษัทอิตาเลียนไทยเดเวล๊อปเมนต์ และพวกในคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมรวม5นายเพื่อแลกกับการปล่อยตัวขณะถูกจับกุม
สำหรับเรื่องคลิปเสียงเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ นายวิเชียร ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.61ซึ่งก็ยอมรับว่าคลิปเสียงการสนทนาตามที่เคยมีสื่อนำออกไปเผยแพร่นั้นถูกลบไปจริง แต่ประเด็นเรื่องคลิปเสียงถูกลบไม่ใช่ปัญหา หากนายวิเชียร พร้อมพวกรวม 5 คน ที่เป็นผู้กล่าวหา ยืนยันชัดเจนว่ามีการพยายามติดสินบนกับเจ้าหน้าที่จริง ก็สามารถดำเนินคดีกับ นายเปรมชัยได้เลย และหาก นายวิเชียร มีหลักฐานอื่นๆ เช่น ภาพถ่ายขณะเจรจากัน มามอบให้กับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมก็จะเป็นการดี เพราะพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมหลักฐานต่างๆ นำไปประกอบในสำนวน เพื่อส่งมอบให้กับอัยการ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่มาในครั้งนี้เพื่อมาทำการสอบสวนเพิ่มเติม นายวิเชียร ในฐานะผู้กล่าวหา เกี่ยวกับคดีให้สินบนเจ้าพนักงาน ซึ่งเราได้ทำการสอบสวนไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ขณะนั้นการสอบสวนยังไม่ได้รายละเอียดที่ชัดเจนว่ามีคลิปหรือพยานหลักฐานอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ มีการบันทึกเสียงหรือไม่ พยานที่เกิดเหตุที่ร่วมรับฟังว่ามีการให้สินบนอยู่ห่างจากผู้กล่าวหาและผู้ต้องหาระยะเท่าใด จึงต้องมาจำลองเหตุการณ์ประกอบแผนเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุว่ามีการพูดคุยกันอยู่ตรงไหน เพราะหากเราไม่มีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือคลิปเสียง เราก็จะใช้พยานบุคคล ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้
หากคดีนี้มีการให้สินบนจริงก็จะไปเอื้อประโยชน์กับคดีแรกที่ว่ามีการล่าสัตว์ป่าจริง เพราะเมื่อผู้ต้องหากระทำผิดก็จึงมีการให้สินบนกับเจ้าหน้าที่ ดังนั้น2คดีนี้จะเอื้อคดีกัน ดังนั้นวันนี้จึงมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมโดยให้น้ำหนักพยานบุคคลเป็นสำคัญ ซึ่งคลิปที่ปรากฏเป็นเสียงของนายยงค์ โดดเครือ กับเจ้าพนักงานป่าไม้ชื่อ นายกิตติ และไม่รู้ว่า การพูดคุยดังกล่าวเกิดขึ้นในที่เกิดเหตุหรือที่สำนักงานเขตฯ ดังนั้นจึงต้องหารายละเอียดให้ชัดเจน ส่วนนายเปรมชัย ก็จะต้องให้เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีหรือไม่ ทั้งนี้เรายังไม่ได้ทำการสอบปากคำ นายเปรมชัย ในประเด็นนี้แต่อย่างใด เพราะหลังจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ป่าไม้แล้วจะมีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน ซึ่งมีทั้งกองปราบ และปอท. ในเรื่องการเก็บข้อมูลการสื่อสาร พร้อมกับนำโทรศัพท์ไปตรวจสอบว่า คลิปยังอยู่และทำการกู้ข้อมูลได้หรือไม่ เผื่อจะมีรายละเอียดสำคัญเพื่อที่จะประชุมอีกครั้งว่า จะออกหมายเรียก นายเปรมชัย ได้เมื่อไร
วันพรุ่งนี้ (8 มี.ค.61) นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จะต้องเดินทางไปให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จ.นครปฐม คาดว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร.จะเดินทางมาพบและร่วมสอบปากคำในครั้งนี้ด้วยเพื่อความรวดเร็วของคดี.







