posttoday
รื้อบ้านรุกป้อมมหากาฬ

รื้อบ้านรุกป้อมมหากาฬ

06 มีนาคม 2561

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนรุกล้ำในพื้นที่ป้อมมหากาฬ โดยจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาสร้างความเข้าใจในการรื้อย้ายบ้านเรือน

โดย...แสงตะเกียง

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมดำเนินการรื้อย้ายบ้านเรือนรุกล้ำในพื้นที่ป้อมมหากาฬ โดยจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้ามาสร้างความเข้าใจในการรื้อย้ายบ้านเรือน เพื่อนำไปสู่การปรับภูมิทัศน์พื้นที่ป้อมมหากาฬให้เป็นโบราณสถาน ที่ทุกคนสามารถใช้พื้นที่ในการศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศชาติ ศึกษาศิลปวัฒนธรรม รวมถึงรูปแบบการก่อสร้างในสมัยโบราณ และพัฒนาให้เป็นแหล่งกิจกรรมการเรียนรู้ พักผ่อนหย่อนใจ

ความคืบหน้าล่าสุด ประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป้อมมหากาฬส่วนมากเข้าใจและยินยอมรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยจากบ้านเรือนในพื้นที่กว่า 50 หลังคาเรือน ได้ทำการรื้อย้ายจนเหลือบ้านเพียง 18 หลัง โดยจำนวนดังกล่าวเป็นบ้านที่มีเลขที่บ้านถูกต้อง 15 หลัง และเป็นบ้านปลูกสร้างขึ้นโดยไม่มีเลขที่จำนวน 3 หลัง

ทั้งนี้ปฏิทินแผนการรื้อย้ายบ้านทั้งหมดจะมีขึ้นภายในต้นเดือน เม.ย.นี้ หลังจากนั้นใช้เวลาปรับปรุงประมาณ 1 เดือน คาดว่าสามารถเปิดเป็นสวนสาธารณะภายในป้อมมหากาฬให้กับประชาชนได้ประมาณเดือน พ.ค. 2561 ส่วนพื้นที่ตัวป้อมมหากาฬที่เป็นโบราณสถานสำคัญ ทาง กทม.ได้ทำการหารือร่วมกับกรมศิลปากร เพื่อตรวจสอบความเสียหายของตัวป้อมและวางแผนการบูรณะอย่างเหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตาม สำนักสิ่งแวดล้อมได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาและกำหนดแนวทางการอนุรักษ์บ้านไม้โบราณ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการอนุรักษ์ พร้อมทั้งศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบและที่ตั้ง บ้านไม้ให้คงสภาพสมบูรณ์

นอกจากนี้ กทม.ยังได้ร่วมกับกรมศิลปากรสำรวจต้นไม้ภายในป้อมมหากาฬและบริเวณโดยรอบที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างโบราณสถาน พบว่ามีต้นไม้ใหญ่จำนวน 8 ต้น จากจำนวนทั้งหมด 18 ต้น ต้องหาแนวทางแก้ไข เนื่องจากรากของต้นไม้สร้างปัญหาแก่โครงสร้าง ทำให้ป้อมเกิดรอยร้าวและทรุดตัว ได้เตรียมการหารือกับรุกขกรในการดำเนินการตัดแต่งและฟื้นฟูระบบรากทีละต้น เพื่อให้เกิดผลกระทบแก่ต้นไม้และโครงสร้างของป้อมให้น้อยที่สุด

สำหรับพื้นที่ป้อมมหากาฬนั้นมีต้นไม้ใหญ่จำนวน 18 ต้น 9 ชนิด ประกอบด้วย ต้นกร่าง ต้นไกร ต้นชมพูพันธ์ุทิพย์ ต้นไทร ต้นโพธิ์ ต้นมะขาม ต้นมะเดื่อ ต้นสัตบรรณ และต้นหูกวาง โดยจากผลการศึกษาวิจัย นักวิชาการได้คำนวณแล้วว่าต้นไม้ทั้ง 18 ต้นนี้สามารถช่วยลดมลพิษทางอากาศมาก เหมาะสมกับสภาวะที่เมืองหนาแน่นไปด้วยฝุ่นควันมลพิษทางอากาศอยู่ขณะนี้

ที่ผ่านมาการเข้ามาบูรณะโบราณสถานแห่งนี้เกิดความล่าช้า เนื่องจากกลุ่มคนบางกลุ่มซึ่งไม่ใช่เจ้าของบ้านตัวจริง ทำการปลูกสร้างบ้านโดย ผิดกฎหมายรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ แล้วออกมาขัดขวางคัดค้านเรียกร้องสร้างกระแสความหวั่นวิตกว่า กทม.จะทำลายโบราณสถานจนหมดสิ้น ทั้งที่ความจริงแล้วหากใครเคยมีโอกาสได้เข้าไปเดินเล่นภายในป้อมก่อนถูกจัดระเบียบจะพบว่า ความเป็นอยู่ไม่ต่างไปจากชุมชนแออัดที่กำลังทำลายโบราณสถานโดยไม่รู้ตัว

การรื้อบ้านที่รุกล้ำพื้นที่ป้อมมหากาฬนั้นถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เดินเข้ามาศึกษาและสัมผัสกับธรรมชาติใจกลางเมืองได้โดยอิสระ ไม่ตกอยู่ในการยึดครองของกลุ่มคนบางกลุ่ม

ถึงกระนั้นการเข้ามาของ กทม.ควรตรวจสอบวัตถุและตัวบ้านโบราณทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของจริงให้คงอยู่ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติงานบำรุงรักษาอย่างเป็นรูปธรรม อย่าให้กลายเป็นเหมือนกรณีพิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวอย่างเลวร้ายของ กทม.ขึ้นอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท