
อาจารย์หรือนี่
เป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจที่กลไกต่างๆ ในบ้านเมืองเราเหมือนกับจะมีปัญหา แม้กระทั่งในสถาบันการศึกษาก็ตามที
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจที่กลไกต่างๆ ในบ้านเมืองเราเหมือนกับจะมีปัญหา แม้กระทั่งในสถาบันการศึกษาก็ตามที
ตัวอย่างที่เพิ่งเกิด มาจากกรณีข้อมูลการทุจริตเงินสงเคราะห์ ผู้ยากไร้และผู้ป่วยโรคเอดส์ ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
สุดท้ายนำไปสู่การสอบสวนข้อเท็จจริง จนขยายการสอบสวนไป ทั่วประเทศ
ผู้ที่นำข้อมูลมาเปิดเผยคือ น้องแบม-ปณิดา ยศปัญญา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.)
แต่ทว่ากว่าเรื่องราวจะสอบสวนเสร็จ ได้รับการเปิดเผยออกมา ก็มีความจริงที่น่าตกใจว่า บรรดาคณาจารย์ที่รับผิดชอบนักศึกษาในหลักสูตรนี้ ไม่ปกป้องนักศึกษาที่นำข้อมูลทุจริตมาแจ้งตั้งแต่ต้น
มิหนำซ้ำ อาจารย์ยังไปเข้าข้างข้าราชการที่กระทำผิดเสียอีก
ในช่วงแรกที่เกิดเรื่องและพบข้อมูลการทุจริต นักศึกษาทั้ง 4 คน ก็นำมาแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษา โดยรับรู้กันทั้งภาควิชา ทั้งคณะ แต่กลับเป็นว่านิสิตทั้งหมดถูกสั่งให้เป็นผู้ผิด และต้องยอมรับผิดเสียอีก
อาจารย์ที่รับเรื่องราวไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ หรือรับฟังอะไรแม้แต่น้อย
สิ่งที่บรรดานิสิตได้รับ คือคำพูดของอาจารย์ที่ว่านักศึกษาไปฝึกงานที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น เป็นเด็กเลี้ยงแกะ
เมื่ออาจารย์ได้ไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงก็รับฟังข้อมูลฝ่ายเดียว
นอกจากนั้น ยังสั่งนักศึกษากราบเท้าเจ้าหน้าที่ที่ทำผิดเพื่อขอโทษ และให้เรื่องจบลงไป
แต่บรรดานิสิตไม่ยอม หลังจากนั้นจึงส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนนำมาสู่การสอบสวน
อย่างไรก็ตาม เรื่องก็ยังไม่จบ เพราะเมื่อมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และเริ่มมาสอบปากคำนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ก็มีอาจารย์บางคนได้เรียกนักศึกษาเข้าไปในห้อง สอบถามว่าทำไมทำแบบนี้ ทำไมต้องทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย
อาจารย์คนเดียวกันนี้ยังบอกอีกว่า ถ้าจะร้องเรียนทำไมไม่ให้เรียนจบก่อน รวมถึงหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบทำอะไรไม่ได้หรอก
นี่แหละ คือสิ่งที่เกิดขึ้น
ฟังแล้วน่าสลดใจ ทำไมอาจารย์มหาวิทยาลัยถึงได้เป็นเช่นนี้
และเมื่อแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ บิดๆ เบี้ยวๆ จะสอนลูกศิษย์ให้ดีออกมาได้อย่างไร
ทั้งหมดคงต้องรอดูผลที่สภาคณาจารย์ มมส. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีคณาจารย์ที่รับผิดชอบนักศึกษาในหลักสูตรนี้ ที่มีพฤติกรรมไม่ปกป้องนักศึกษา ละเลยข้อมูลที่มีอยู่ และให้นักศึกษา ไปกราบเท้าผู้ทำผิดอีก
เป็นการพิสูจน์คุณค่าสถาบันการศึกษาที่ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม สร้างคนดีเข้าสู่สังคม หรือเป็นแหล่งปกป้องพวกพ้อง?
เรื่องนี้ต้องรอดูกันต่อไป







