posttoday
นักวิชาการชี้คำนิยามคนรุ่นใหม่ต้องไม่ใช่ทายาทการเมืองเก่า

นักวิชาการชี้คำนิยามคนรุ่นใหม่ต้องไม่ใช่ทายาทการเมืองเก่า

04 มีนาคม 2561

นักวิชาการด้านสื่อสารการเมืองชี้ คนรุ่นใหม่ที่จะมาตั้งพรรคการเมือง ต้องไม่ใช่ทายาทนักการเมืองเก่าที่ถูกดัยขึ้นมาสืบต่ออำนาจ

นักวิชาการด้านสื่อสารการเมืองชี้ คนรุ่นใหม่ที่จะมาตั้งพรรคการเมือง ต้องไม่ใช่ทายาทนักการเมืองเก่าที่ถูกดัยขึ้นมาสืบต่ออำนาจ

นายบุญอยู่  ขอพรประเสริฐ  อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก นักวิชาการด้านวิชาการสื่อสารการเมืองกล่าวแสดงความเห็นถึงกรณีที่มีกลุ่มการเมืองแสดงตนว่าจะตั้งเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มว่า คำว่าคนรุ่นใหม่  น่าจะหมายถึงคนที่เติบโตมาในยุคเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารมันก้าวหน้าไปมาก  มีเรื่องโซเชี่ยลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นคนที่มองอะไรแตกต่างไปจากเดิม  โดยทั่วไปอยู่นำกลุ่มเจนวาย ที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี  มีความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองจริง ๆ ไม่ใช่พวกทายาทนักการเมืองเก่า ๆ ดันขึ้นมาสืบต่ออำนาจของรุ่นพ่อรุ่นแม่

"ที่ผมเจอมาเองบางคนถูกเรียกตัวมาจากเมืองนอก  โดยมีพ่อแม่หาเสียงให้  อย่างนี้ไม่เรียกว่าคนรุ่นใหม่  แต่คนรุ่นใหม่ทางการเมืองควรเกิดจากสำนึกทางการเมืองของตัวเขาเอง  ตั้งใจหาความรู้ความเข้าใจทางการเมืองด้วยตัวเขาเอง  จนอยากจะมาเล่นการเมืองเอง   รู้จักใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในการขับเคลื่อนความคิดทางการเมือง  อย่างนี้ถึงจะเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่จริงๆ"นายบุญอยู่กล่าว

นายบุญอยู่ กล่าวว่า นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่ จะต้องมีบทบาท  มีสถานะทางสื่อโซเชียลมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาใช้มาเปิดตัวตอนตั้งพรรค  คนรุ่นใหม่นี้จะต้องเข้าใจในแนวความคิดของคนรุ่นใหม่ด้วยกัน  มีความสำนึกทางการเมือง  ทนเห็นความไม่เป็นธรรมไม่ได้และอยากจะมาแก้ไข

"มีคนรุ่นใหม่ นักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองแล้วถูกปิดกั้นขัดขวาง  คนเหล่านี้ต่างหากที่ควรถูกเรียกว่าคนรุ่นใหม่  แต่สังคมกับไปเรียกทายาทของนักการเมืองเก่าว่าเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ใช่  เพราะเขามาเพื่อสนับสนุนฐานอำนาจเก่า  ซึ่งจะไม่ทำให้การเมืองไปสู่การพัฒนา"นายบุญอยู่กล่าว

ต่อข้อถามให้เปรียบเทียบคนรุ่นใหม่ในยุค 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 นั้น  นายบุญอยู่ซึ่งกำลังจะเป็นนักศึกษาในปี 2519 กล่าวว่า  คนรุ่นใหม่ในยุคนั้นดูแล้วยังไม่สามารถใช้ความคิดใหม่ ๆ ในยุคนั้นก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง  อาจเป็นเพราะพลังยังไม่พอ  พอเข้ามาเป็นนักการเมืองหลายคนถูกระบบการเมือง  ระบบอำนาจ  ระบบผลประโยชน์กลืนไป  อำนาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนเสฟติดหลงระเริงง่าย  กายเป็นว่าหลายคนที่เคยเป็นวีรชน วีรบุรุษต่อสู้กับเผด็จการในยุคโน้น  แต่พอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบางรัฐบาลก็เปลี่ยนแนวคิดไปหมด  เข้าไปอยู่ในวงจรของการรักษาอำนาจ ของผลระโยชน์  สิ่งนี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จ  บางคนเข้ามาแล้วทำอะไรไม่ได้ก็หลีกหนีไปจากระบบ

นายบุญอยู่กล่าวต่อถึงคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน  หากมีเรื่องของการมีส่วนร่วม  มีกระแสของประชาชนเกื้อหนุนผ่านข่าวสารที่รวดเร็ว  ซึ่งมีผลทำให้คนไม่กล้าทำสิ่งที่ไม่ดี  ยิ่งถ้ายกระดับความรู้  ระดับความคิดของประชาชนให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีก็จะช่วยได้  ไม่อย่างนั้นคนรุ่นใหม่ก็มาแสวงหาผลประโยชน์เหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท