
นักวิชาการชี้คำนิยามคนรุ่นใหม่ต้องไม่ใช่ทายาทการเมืองเก่า
นักวิชาการด้านสื่อสารการเมืองชี้ คนรุ่นใหม่ที่จะมาตั้งพรรคการเมือง ต้องไม่ใช่ทายาทนักการเมืองเก่าที่ถูกดัยขึ้นมาสืบต่ออำนาจ
นักวิชาการด้านสื่อสารการเมืองชี้ คนรุ่นใหม่ที่จะมาตั้งพรรคการเมือง ต้องไม่ใช่ทายาทนักการเมืองเก่าที่ถูกดัยขึ้นมาสืบต่ออำนาจ
นายบุญอยู่ ขอพรประเสริฐ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก นักวิชาการด้านวิชาการสื่อสารการเมืองกล่าวแสดงความเห็นถึงกรณีที่มีกลุ่มการเมืองแสดงตนว่าจะตั้งเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่หลายกลุ่มว่า คำว่าคนรุ่นใหม่ น่าจะหมายถึงคนที่เติบโตมาในยุคเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารมันก้าวหน้าไปมาก มีเรื่องโซเชี่ยลมีเดียเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นคนที่มองอะไรแตกต่างไปจากเดิม โดยทั่วไปอยู่นำกลุ่มเจนวาย ที่มีอายุไม่เกิน 50 ปี มีความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมืองจริง ๆ ไม่ใช่พวกทายาทนักการเมืองเก่า ๆ ดันขึ้นมาสืบต่ออำนาจของรุ่นพ่อรุ่นแม่
"ที่ผมเจอมาเองบางคนถูกเรียกตัวมาจากเมืองนอก โดยมีพ่อแม่หาเสียงให้ อย่างนี้ไม่เรียกว่าคนรุ่นใหม่ แต่คนรุ่นใหม่ทางการเมืองควรเกิดจากสำนึกทางการเมืองของตัวเขาเอง ตั้งใจหาความรู้ความเข้าใจทางการเมืองด้วยตัวเขาเอง จนอยากจะมาเล่นการเมืองเอง รู้จักใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในการขับเคลื่อนความคิดทางการเมือง อย่างนี้ถึงจะเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่จริงๆ"นายบุญอยู่กล่าว
นายบุญอยู่ กล่าวว่า นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่ จะต้องมีบทบาท มีสถานะทางสื่อโซเชียลมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาใช้มาเปิดตัวตอนตั้งพรรค คนรุ่นใหม่นี้จะต้องเข้าใจในแนวความคิดของคนรุ่นใหม่ด้วยกัน มีความสำนึกทางการเมือง ทนเห็นความไม่เป็นธรรมไม่ได้และอยากจะมาแก้ไข
"มีคนรุ่นใหม่ นักศึกษาที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองแล้วถูกปิดกั้นขัดขวาง คนเหล่านี้ต่างหากที่ควรถูกเรียกว่าคนรุ่นใหม่ แต่สังคมกับไปเรียกทายาทของนักการเมืองเก่าว่าเป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ใช่ เพราะเขามาเพื่อสนับสนุนฐานอำนาจเก่า ซึ่งจะไม่ทำให้การเมืองไปสู่การพัฒนา"นายบุญอยู่กล่าว
ต่อข้อถามให้เปรียบเทียบคนรุ่นใหม่ในยุค 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 นั้น นายบุญอยู่ซึ่งกำลังจะเป็นนักศึกษาในปี 2519 กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ในยุคนั้นดูแล้วยังไม่สามารถใช้ความคิดใหม่ ๆ ในยุคนั้นก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจเป็นเพราะพลังยังไม่พอ พอเข้ามาเป็นนักการเมืองหลายคนถูกระบบการเมือง ระบบอำนาจ ระบบผลประโยชน์กลืนไป อำนาจเป็นสิ่งที่ทำให้คนเสฟติดหลงระเริงง่าย กายเป็นว่าหลายคนที่เคยเป็นวีรชน วีรบุรุษต่อสู้กับเผด็จการในยุคโน้น แต่พอเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบางรัฐบาลก็เปลี่ยนแนวคิดไปหมด เข้าไปอยู่ในวงจรของการรักษาอำนาจ ของผลระโยชน์ สิ่งนี้เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาเหล่านั้นไม่ประสบความสำเร็จ บางคนเข้ามาแล้วทำอะไรไม่ได้ก็หลีกหนีไปจากระบบ
นายบุญอยู่กล่าวต่อถึงคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน หากมีเรื่องของการมีส่วนร่วม มีกระแสของประชาชนเกื้อหนุนผ่านข่าวสารที่รวดเร็ว ซึ่งมีผลทำให้คนไม่กล้าทำสิ่งที่ไม่ดี ยิ่งถ้ายกระดับความรู้ ระดับความคิดของประชาชนให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีก็จะช่วยได้ ไม่อย่างนั้นคนรุ่นใหม่ก็มาแสวงหาผลประโยชน์เหมือนเดิม







