
เลิกตีปี๊บโชว์
เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เหมือนในภาพยนตร์สืบสวนสอบสวน เมื่อรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้ส่งสายสืบเข้าไปในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 10 บริษัท เพื่อสอบสวนทางลับในเรื่องการกระทำผิดในลักษณะของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
คดีที่ดีเอสไอสอบสวนอยู่นี้ มีความผิดในเรื่องของการปั่นหุ้น การปลอมแปลงเอกสาร การซื้อขายที่ดิน หรือซื้อกิจการราคาสูงเกินจริง ด้วยวิธีซื้อจากเครือญาติ ไม่เป็นประโยชน์กับผู้ถือหุ้น รวมถึงมีการตบแต่งบัญชีและการไซฟอนเงินออกไป
ดีเอสไอ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สายสืบที่ส่งเข้าไปนั้น แฝงตัวเข้าร่วมงานกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ต้องสงสัยเพื่อหาเอกสารหลักฐาน รวมทั้งดักฟังบันทึกเทป หรือเข้าไปล่อซื้อเหมือนคดียาเสพติด เพราะผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มักเป็นผู้มีอิทธิพล จึงต้องหาหลักฐานให้ชัดเจนเพื่อมัดตัวผู้กระทำผิดอย่างแน่นหนา
โดยหลักการสืบสวนสอบสวนผู้กระทำผิดในคดีเศรษฐกิจนั้น ดีเอสไอจะใช้วิธีการสอบสวนในทางลับและในทางเปิดเผยก็ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องตีปี๊บบอกว่า ได้มีการส่งสายลับเข้าไปสืบในบริษัทที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีว่าเป็นบริษัทที่กระทำผิดกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผิดกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
การเปิดเผยเช่นนี้ไม่ได้มีผลดีอะไรต่อใครเลย และสร้างความหวาดระแวงแก่พนักงานด้วยกันเองเป็นอันตรายแก่สายสืบ และที่ผ่านมาทางดีเอสไอก็ยังไม่เคยสามารถที่จะแจ้งจับการปั่นหุ้นได้เลย
นอกจากนี้ ดีเอสไอเองก็มีการเปลี่ยนเจ้าพนักงานบ่อยมาก มีการลาออกโยกย้าย คดีที่ทำจึงไม่ต่อเนื่อง และจะต้องเริ่มต้นใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าพนักงาน ดังนั้นการจะส่งคนเข้าไปเป็นสายลืบล้วงข้อมูลภายในก็ไม่มีประโยชน์ หากการทำงานของดีเอสไอยังใช้วิธีตีปี๊บมากกว่าการที่จะทำเงียบๆ แต่ได้ผลมากกว่าการพูดแต่ผลงานไม่ชัดเจน
ดีเอสไอเองมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคดีเกี่ยวโยงทางเศรษฐกิจมีความซับซ้อนและหลักฐานปลอมได้แนบเนียนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งก็น่าเห็นใจหน่วยงานตรวจสอบพิเศษที่ทำงานหนัก แถมยังมีการเมืองเข้าแทรกอีก
การดำเนินการสืบสวนของดีเอสไอควรจะทำอย่างเงียบๆ ไม่จำเป็นต้องออกมาโฆษณาผลงาน เพราะหากคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลแล้ว ผลการตัดสินของศาลออกมาเช่นไร หากลงโทษผู้กระทำผิดได้ก็เป็นผลงานของดีเอสไอและประชาชนก็เห็นเอง
หน่วยงานสืบสวนพิเศษแห่งนี้ เป็นหน่วยงานที่อาจล้นเหลือ และให้คุณให้โทษกับทุกคนได้ทั้งหมด จึงควรทำงานอย่างเป็นกลางและอย่ายอมให้การเมืองเข้าแทรกให้เสียเกียรติภูมิ







