posttoday
คนละเรื่องเดียวกัน

คนละเรื่องเดียวกัน

12 ตุลาคม 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

ท่ามกลางสารพัดข่าวที่สร้างความสับสน วุ่นวายในประเทศนี้ การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นกำลังกลายเป็นข่าวร้อนๆ อีกข่าวหนึ่งที่ทำให้ผู้คนสับสนยิ่งขึ้น เพราะบรรดาผู้เชี่ยวชาญการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน และนักธุรกิจต่างออกมาให้ความเห็นเรื่องนี้ไปคนละทางสองทาง

เพื่อประโยชน์ของท่านผู้อ่านที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและเศรษฐกิจ ขอสรุปเนื้อหาสาระที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์กัน เผื่อจะช่วยให้ท่านทราบว่าปมประเด็นของเรื่องนี้คืออะไร ส่วนท่านที่เข้าใจแล้วไม่ต้องเสียเวลาอ่าน

ถามว่าใครได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จากการที่เงินบาทแข็งค่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือใครก็ตามที่ “บริโภค” น้ำมันเพื่อการเดินทางและการผลิต รวมทั้งประชาชนทุกคนที่ใช้ไฟฟ้า เพราะสินค้าเหล่านี้ซื้อขายกันเป็นเงินดอลลาร์ รวมทั้งก๊าซธรรมชาติที่ผลิตในอ่าวไทย ผู้สั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายหรือบริโภคจากต่างประเทศ เพราะเมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง ผู้บริโภคเหล่านี้ก็ใช้เงินบาทน้อยลง แลกเงินดอลลาร์ไปชำระสินค้าจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ การที่ซื้อน้ำมันได้ถูกลงทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าทั่วไปลดลง เราท่านทั้งหลายซื้อสินค้าได้ในราคาที่ต่ำกว่าในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่า อัตราเงินเฟ้อจึงเพิ่มขึ้นไม่มาก ตรงนี้คนกินเงินเดือนและคนที่มีรายได้ประจำจะได้ประโยชน์เดิมๆ เพราะรับรองว่าไม่มีนายจ้างรายไหนปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยอำนาจการซื้อที่ลดลง ถ้าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ อัตราเงินเฟ้อสูงๆ จึงเป็นอันตรายสำหรับคนกินเงินเดือนและผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการบำนาญ

ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทคือผู้ที่มีหนี้สินต้องชำระเพิ่มเงินดอลลาร์ เพราะใช้เงินบาทน้อยลงไปแลกเงินดอลลาร์จ่ายคืนเจ้าหนี้ถ้าอยากทราบว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว ผู้ที่มีหนี้สินเพิ่ม เงินดอลลาร์จะได้รับผลกระทบอย่างไร ให้ลองไปศึกษากรณีวิกฤตต้มยำกุ้งในประเทศนี้เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แล้วจะเข้าใจอย่างถึงกึ๋นกว่า อันตรายจากการที่เงินบาทอ่อนตัวลงนั้นเจ็บปวดแค่ไหน

ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาทคือพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในต่างประเทศ สมัยเมื่อเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยต้องเรียกลูกกลับจากเมืองนอกมาเรียนในเมืองไทย เป็นที่มาของสถาบันการศึกษาประเภทนานาชาติทั้งหลายที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดหลังวิกฤตการเงินปี 2540

นอกจากนั้นคือเหล่าคนไทยนักท่องเที่ยวและแสวงบุญในต่างประเทศ ซึ่งสามารถไปทัวร์ต่างประเทศหรือไปแสวงบุญได้โดยเสียค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินบาทถูกลง ยิ่งคนที่ไปเที่ยวยุโรปต้องจ่ายค่าที่พักในโรงแรมกระจอกๆ คืนละ 4,0005,000 บาท เทียบกับโรงแรมชั้นดีในต่างจังหวัดในประเทศนี้ซึ่งคิดค่าห้องพักคืนละ 800-1,000 บาท แถมอาหารเช้าอีกต่างหาก ยิ่งอยากเห็นเงินบาทแข็งค่าอย่างนี้ตลอดไป

ส่วนดีของการแข็งค่าของเงินบาทในระยะยาวต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศชาติ คือนักลงทุนจริงๆ ประเภทนักอุตสาหกรรมนะครับ ไม่ใช่นักลงทุนในกระดาษ สามารถซื้อเครื่องจักรใหม่มาเพื่อเพิ่มผลผลิตหรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ส่วนจะซื้อหรือไม่ซื้อคงต้องยอมรับว่า อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเพียงปัจจัยประกอบปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ แต่ถ้าจะซื้อสถานการณ์ขณะนี้เป็นสถานการณ์ที่เอื้อต่อการลงทุนใหญ่มองจากต้นทุนในการลงทุน

ส่วนผู้ที่เสียประโยชน์จากการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ก็แน่นอนครับ กลุ่มแรกคือกลุ่มผู้ที่ส่งสินค้าไปขายในต่างประเทศหรือผู้ส่งออก เพราะเมื่อขายสินค้าได้เงินดอลลาร์แล้วเอามาแลกเป็นเงินบาท ก็จะได้รับเงินบาทน้อยลงกว่ากรณีที่เงินดอลลาร์แข็งค่า

นอกจากนั้น ถ้าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่าเงินตราของประเทศคู่แข่งที่ส่งสินค้าประเภทเดียวกันกับที่ประเทศไทยส่งออกไปขาย ก็ทำให้ราคาสินค้าไทยแพงกว่า สินค้าจากประเทศคู่แข่งขายสินค้าไม่ได้

ทีนี้ถ้าขายสินค้าไม่ได้ ผู้ส่งออกก็อาจลดกำลังการผลิต หยุดผลิตหรือปิดกิจการ ทำให้มีผู้ตกงานไปตามระเบียบ โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นอาศัยรายได้จากการส่งออกเป็นหลักในการพัฒนาประเทศที่ผ่านมา ตรงนี้แหละครับคือประเด็นที่ว่ากันว่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น มีทั้งผู้เสียประโยชน์และได้ประโยชน์

ถามว่าใครจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ ก็คงไม่พ้นรัฐบาล ซึ่งรับผิดชอบภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศและความทุกข์สุขของประชาชนให้เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

แต่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยที่เรียกว่านโยบายการเงิน ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

เพราะฉะนั้น การตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรจึงเป็นการชั่งน้ำหนักความสมดุลระหว่างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกับเสถียรภาพของหน่วยงานของรัฐทั้งสองส่วน

ส่วนตัวผมเลือกที่จะแยกปัญหาการบริการเรื่องค่าของเงินหรืออัตราแลกเปลี่ยนกับปัญหาผลกระทบจากค่าของเงินที่มีต่อภาคส่วนเศรษฐกิจต่างๆ ออกจากกัน

ผมคิดว่าควรแยกปัญหาออกมาจากกัน แล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการมองปัญหาและแก้ปัญหาแบบคนละเรื่องเดียวกัน แก้ไม่ออกหรอกครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท