
กมธ.ร่วมกฎหมายลูกส.ว.โต้ไม่ได้ทำเกินหน้าที่
กมธ.ร่วมกฎหมายลูกส.ว.โต้ไม่ได้ทำเกินหน้าที่แก้บทเฉพาะกาลให้ใช้ร่างฉบับสนช.แค่5ปีแรก ยืนยันทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธไร้สัญญาณคสช.ชี้นำแก้กฎหมายลูก
กมธ.ร่วมกฎหมายลูกส.ว.โต้ไม่ได้ทำเกินหน้าที่แก้บทเฉพาะกาลให้ใช้ร่างฉบับสนช.แค่5ปีแรก ยืนยันทำตามกรอบรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธไร้สัญญาณคสช.ชี้นำแก้กฎหมายลูก
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ โฆษกกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว. กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่า กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ได้พิจารณาทบทวนร่างพ.ร.บ.การได้มาซึ่งส.ว.เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยในสัปดาห์หน้า จะมีการประชุมเพื่อตรวจเนื้อหาและถ้อยคำ ความถูกผิดในร่างกฎหมายทั้งฉบับ เป็นขั้นตอนทางธุรการ ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมสนช.เพื่อลงมติในวันที่ 8 มี.ค.นี้ ยืนยันกมธ.ร่วม 3 ฝ่ายพิจารณาทบทวนอย่างรอบคอบแล้ว ไม่ได้ทำเกินอำนาจหน้าที่ ไปแก้ไขเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลในร่างพ.ร.บ.การได้มาซึ่งส.ว. เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 267 วรรคห้ากำหนดชัดเจน ให้กมธ.ร่วม3ฝ่าย มีหน้าที่พิจารณาข้อโต้แย้งของกรธ.และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง แล้วเสนอต่อสนช.ภายใน 15 วันว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ส่วนถ้าจะมีคนไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า กมธ.ร่วม 3ฝ่าย ทำเกินอำนาจหน้าที่ เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ยืนยันว่า เราทำตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างถูกต้อง
พล.ร.อ.ธราธรกล่าวว่า ส่วนจะผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสนช.หรือไม่นั้น คงไม่สามารถไปก้าวล่วงดุลยพินิจของสนช.แต่ละคนได้ เพราะทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง แต่บรรยากาศการประชุมกมธ.ร่วมเป็นไปด้วยดี พูดกันด้วยเหตุผล เมื่อกรธ.ยืนยันว่า อยากให้ข้อเสนอของกรธ.เรื่องการคงกลุ่มอาชีพ 20 กลุ่ม การเลือกไขว้ส.ว. และที่มาส.ว.จากการสมัครโดยอิสระเป็นบทหลักอยู่ในร่างกฎหมาย จึงทบทวนกันด้วยเหตุผล จนได้ข้อสรุปให้ข้อเสนอของสนช.มีผลบังคับใช้ใน 5ปีแรกตามบทเฉพาะกาล ขณะที่ข้อเสนอกรธ.มีผลบังคับใช้หลังจาก 5ปีไปแล้ว เป็นการคุยกันด้วยเหตุผล ไม่ได้มีสัญญาณจากคสช. หรือใครมาชี้นำทั้งสิ้น







